สบส.ลงตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พบอีกในซอยเรวดี จ.นนทบุรี ดำเนินการผิดมาตรฐาน จำนวนเตียงให้บริการเกินจากที่ขออนุญาต ลักลอบเปิดอีก 2 แห่ง แอบรับผู้ป่วยจิตเวช เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทันที
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า จากกรณี ที่มีการแจ้งเบาะแสผ่านสื่อมวลชนว่ามี สถานดูแลผู้สูงอายุ ในซอยเรวดี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ล่ามโซ่ผู้ป่วย และให้อดอาหาร นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงสั่งการให้กรม สบส. ส่งทีมพนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 (ศบส.4)
กรม สบส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยจากการตรวจสอบใบอนุญาตสถานดูแลผู้สูงอายุฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นเป็นอาคารชั้นเดียว พบมีการขออนุญาตดูแลผู้สูงอายุ 9 เตียง แต่มีการวางจำนวนเตียง 14 เตียง โดยมีผู้รับบริการ 11 ราย ซึ่งจากการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพฯ พบข้อบกพร่อง
ทั้งด้านสถานที่ ด้านความปลอดภัย และด้านการให้บริการ พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมไปยังอาคาร 3 ชั้น ซึ่งอยู่ติดกัน พบว่ามีการให้บริการจำนวนเตียงเกินกว่าที่ขออนุญาตอีก จำนวน 66 เตียง โดยพบผู้รับบริการที่มีอาการจิตเวชอีก จำนวน 59 ราย
อีกทั้ง ค้นพบว่ามีการประกอบกิจการในลักษณะเดียวกัน ห่างไปประมาณ 200 เมตร โดยใช้บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เปิดให้บริการเตียง จำนวน 19 เตียง และพบผู้รับบริการที่มีอาการจิตเวชอีก 14 ราย โดยอาคาร 3 ชั้น และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ทั้ง 2 แห่ง มิได้ขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแต่อย่างใด
พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอาจจะพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ส่วนผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่อยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุฯ แห่งนี้ ทางสถานดูแลผู้สูงอายุฯ จะดำเนินการติดต่อญาติเพื่อรับกลับไปดูแล
ส่วนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้กรมสุขภาพจิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี จะร่วมกันให้การดูแลในการเคลื่อนย้ายไปดูแลในสถานที่ที่เหมาะสม
ด้านทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 สถานดูแลผู้สูงอายุ หรือเนอร์สซิ่งโฮม ได้รับอนุญาตให้ดูแลเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทางร่างกายทั่วไป
"ไม่ใช่สถานพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช จึงไม่สามารถรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรงหรือต้องใช้การควบคุมพิเศษ ด้วยสถานดูแลผู้สูงอายุฯ ไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวชหรือพยาบาลจิตเวชประจำ ส่งผลให้การรักษาพยาบาลหรือการควบคุมพฤติกรรมผู้ป่วยจิตเวชไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด"ทพ.อาคมกล่าว





