สธ. ลุยสร้างความมั่งคั่งจากสุขภาพ ชี้มีศักยภาพสูงทั้งด้านอาหาร สมุนไพร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ การแพทย์ บริการสุขภาพและเวลเนส พร้อมผลักดัน “ผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย” สู่ "ระดับโลก"
KEY POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขับเคลื่อนนโยบาย "Health for Wealth" เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจจากภาคสุขภาพ มุ่งยกระดับและผลักดันผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทย ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสากลเพื่อแข่งขันในตลาดโลก
- มอบหมายให้ อย. อำนวยความสะดวก ปรับปรุงกฎระเบียบ และสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
- ใช้รางวัล "อย. ควอลิตี้ อวอร์ด" เป็นกลไกการันตีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย เตรียมช่วยแมชชิ่งคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เป็นวิสาหกิจชุมชน
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี พ.ศ. 2569 ให้แก่สถานประกอบการดีเด่นและผลิตภัณฑ์สุขภาพดีเด่น รวมทั้งสิ้น 119 รางวัล ว่า สุขภาพและเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน ระบบสุขภาพที่มีคุณภาพจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
ส่วนผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้มาตรฐานจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ขณะที่นวัตกรรมสุขภาพที่มีศักยภาพ จะช่วยสร้างมูลค่าและเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ ตามแนวคิด Health for Wealthหรือการสร้างความมั่งคั่งจากสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ หนึ่งใน 7 นโยบายเสาหลักที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังขับเคลื่อน
“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงทั้งด้านอาหาร สมุนไพร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ การแพทย์ บริการสุขภาพและเวลเนส โจทย์สำคัญที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อน คือ ยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานสากล และผลักดัน ผลิตภัณฑ์ไทยสู่การเป็น “ผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับโลก” นายพัฒนากล่าว
กระทรวงสาธารณสุขจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่เอื้อต่อทั้งการคุ้มครองผู้บริโภค การพัฒนานวัตกรรม การลงทุน และการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพไทย โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) อำนวยความสะดวกและปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทุกระดับสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีมาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ควบคู่ไปกับการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย และร่วมกันขับเคลื่อนสู่เป้าหมายสำคัญ คือ ประชาชนปลอดภัย ผู้ประกอบการเติบโต และประเทศไทยแข่งขันได้
นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า รางวัลอย. ควอลิตี้ อวอร์ดเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และเป็นอีกหนึ่งกลไกในการยกระดับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การมอบรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยึดมั่นในคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม สอดรับกับนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในการผลักดัน เศรษฐกิจสุขภาพ สร้างรายได้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก
รางวัลนี้จึงเป็นทั้งกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทั้งในด้านความปลอดภัยและคุณภาพที่เป็นเลิศในระดับสากล โดยในปีนี้ อย. มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการพึ่งพาตนเองด้านยาและเวชภัณฑ์ พร้อมเร่งรัดการอนุมัติผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวัตกรรมการแพทย์ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรชุมชนสู่ตลาดสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ด้านภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ในปีนี้รางวัลที่ให้เป็นพิเศษ คือ เรื่องของนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ และการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ เพราะสิ่งที่สำคัญเป็นเรื่องของการส่งเสริม ไทยทำ ไทยใช้ เป็นสิ่งที่พยายามทำให้เงินทองไม่รั่วไหลออกต่างประเทศ โดยในปีนี้ มีการมอบรางวัลBest of the best ด้วยเป็นการให้กับผู้ประกอบการที่ดีอยู่แล้ว และทำดีต่อไปเรื่อยๆ
รวมถึง รางวัลผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้คนในประเทศได้รู้ว่ายังมีสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพมาตรฐาน สามารถจำหน่ายได้วงกว้างในประเทศและต่างประเทศต่อไปในอนาคต และรางวัลนวัตกรรม เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย ก็สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมได้เช่นเดียวกัน
รางวัลนี้เป็นการการันตีให้กับบริษัทที่ได้รับรางวัลว่าผลิตภัณฑ์นั้น อย.เห็นว่าผลิตด้วยการมีคุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัยสามารถที่จะนำรางวัลไปเป็นการส่งเสริมการขาย หรือส่งออกต่างประเทศได้ โดยขณะนี้ อย.มีศูนย์ส่งเสริมผู้ประกอบการ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลนี้ต่อไปก็จะดำเนินการแมชชิ่งทางธุรกิจให้ เพื่อหาคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่อาจจะมีโอกาสหาตลาดได้ยาก อย.ก็จะมาช่วยในเรื่องนี้ ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจที่จะทำผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ขายได้ มาปรึกษาอย.ได้
“ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสถานประกอบการที่อย.อนุมัติ อนุญาต ได้คุณภาพมาตรฐาน และมีความปลอดภัย และรางวัลอย.ควอลิตี้ อวอร์ด ก็เป็นการการันตีให้เห็นว่าสถานประกอบการที่ดี มีคุณภาพและดียิ่งขึ้นไปอีกมีอะไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจให้กับประชาชน”ภญ.สุภัทรากล่าว
อนึ่ง ในส่วนของ “ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน” ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอย.ได้มีการขึ้นทะเบียนไปแล้ว 970 รายการ และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเรื่อยมาจนล่าสุดปี 2568 ได้ขึ้นทะเบียนไว้ 2,300 กว่ารายการ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใน 1 ปีนับแต่ที่อนุญาตและจัดจำหน่ายเกือบ 3,000 ล้านบาท
ขณะที่ ประเทศไทยมีมูลค่าอุตสาหกรรมของผลิตภัณฑ์สุขภาพราว 1 ล้านล้านบาท เป็นการนำเข้าราว 537,000 ล้านบาท และส่งออก 543,000 ล้านบาท นับเป็น 10 % ของGDPประเทศไทย จึงนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนGDPของไทย เมื่อแยกรายกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อยู่ในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
1.ยาสำเร็จรูป ผลิต 83,000 ล้านบาท นำเข้า 190,000 ล้านบาท ส่งออก 2,800 ล้านบาท
2.สมุนไพร ผลิต 83,000 ล้านบาท นำเข้าสมุนไพร 427 ล้านบาท สารสกัด 4,800 ล้านบาท ส่งออก สมุนไพร 169 ล้านบาท สารสกัด 380 ล้านบาท
3.เครื่องมือแพทย์ ผลิต 168,000 ล้านบาท นำเข้า 90,000 ล้านบาท ส่งออก 118,000 ล้านบาท
4.อาหาร นำเข้า 190,000 ล้านบาท ส่งออก 320,000 ล้านบาท
5.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นำเข้า 7,700 ล้านบาท ส่งออก 974 ล้านบาท
6.เครื่องสำอาง ผลิต 320,000 ล้านบาท นำเข้า 42,000 ล้านบาท ส่งออก 90,000 ล้านบาท
และ 7.เทคโนโลยีชีวภาพ ผลิต 120,000 ล้านบาท





