ตำรวจนครบาล ร่วม อย. ทลายแหล่งขาย“ยาฉีดเปปไทด์เถื่อน ยี่ห้อ Haus of peptide ส่งขายออนไลน์ อ้างลดน้ำหนัก สธ.เตือนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งต่อมไทรอยด์ อย่าซื้อยามาใช้เอง
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.ท.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สารวัตรกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ ทลายแหล่งขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อน ยี่ห้อ Haus of peptide อ้างลดน้ำหนัก ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ตรวจยึดของกลางเป็นจำนวนมาก มูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท
หลอกขายได้เฉลี่ยวันละ 100 กล่อง
สืบเนื่องจากกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองแจ้งว่าพบว่า ลูกสาวตนได้นำ ผลิตภัณฑ์ Haus of peptide มาฉีดเข้าร่างกาย เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิต ขอให้ช่วยตรวจสอบ จึงได้ทำการสืบสวนพบสื่อโซเชียลมีเดีย ชื่อบัญชี “Homรีวิวของดีมีคุณภาพเท่านั้น” มีการโพสต์โฆษณาขายยาฉีดเปปไทด์ ยี่ห้อ Haus of peptide จำนวนมาก
จึงได้ประสานมายังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการร่วมกันวางแผนตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบเป็น ผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Haus of peptide จึงเป็นที่มาของการระดมกวาดล้างแหล่งขายยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหาร ณ บ้านเลขที่แห่งหนึ่ง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
พฤติการณ์ของกลุ่มลักลอบลขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Haus of peptide ได้ลักลอบขายมาแล้วประมาณ 1 ปี โดยเช่าบ้านพักและได้ว่าจ้างแรงงานต่างด้าว ในการแพ็คสินค้าและทำการจัดส่งโดยขนส่งเอกชน โดยเฉลี่ยส่งวันละ 100 กล่อง ราคาขาย 2,900 บาท/กล่อง มีรายได้วันละ 290,000 บาท มีรายได้จากการขายยาเถื่อนคาดว่ากว่า 8 ล้านบาท/เดือน
การตรวจค้นครั้งนี้พบผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Haus of peptide เป็นจำนวนมาก ได้แก่
1.) ผลิตภัณฑ์ haus of peptide ในแต่ละกล่องซึ่งประกอบด้วย
1.1 ผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ จำนวน 1 ไวอัล
1.2 น้ำกลั่นไว้สำหรับผสมยา จำนวน 1 ไวอัล
1.3 เข็มอินซูลิน ขนาด 1 ml จำนวน 5 อัน
1.4 เอกสารแสดงรายละเอียดวิธีการใช้ยา
1.5 แผ่นใยกระดาษชุบแอลกอฮอล์
2.) กล่องบรรจุภัณฑ์ และสติกเกอร์ระบุยี่ห้อ “haus of peptide”
3. เอกสารแสดงรายละเอียดการใช้ยา
4.เข็มอินซูลิน ขนาด 1 ml
5.แผ่นใยกระดาษชุบแอลกอฮอล์รวมมูลค่ากว่า 52 ล้านบาท
เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ดังนี้
1. ฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. ฐาน “ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน เพราะผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังไม่ปลอดภัยอีกด้วย โดยเฉพาะยาเถื่อน นับว่าเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงบ่อนทำลายเศรษฐกิจด้านสุขภาพและความเชื่อมั่นต่อระบบการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ
ภายใต้นโยบาย MOPH PLUS กระทรวงสาธารณสุข มุ่งเน้นการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการสืบสวนการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ลักลอบผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย.
ปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถทลายเครือข่ายลักลอบผลิตยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อนผิดกฎหมายรายใหญ่ ตรวจยึดยา และอุปกรณ์ ที่ใช้ในการฉีด มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ถือเป็นการตัดวงจรผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายก่อนที่จะกระจายสู่ประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมขอให้ประชาชนไม่ซื้อยาหรือใช้ โดยไม่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เพื่อหวังผลในการลดน้ำหนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและถึงแก่ชีวิตได้ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาใด ๆ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ และก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตผ่านแอปพลิเคชัน หมอพร้อม หรือช่องทางของ อย. เพื่อความมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและปลอดภัย
เตือนเพิ่มความเสี่ยง มะเร็งต่อมไทรอยด์
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เฝ้าระวังและจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าและขายยาในกลุ่ม GLP-1 antagonist receptor หรือที่รู้จักกันในนามปากกาฉีดลดน้ำหนัก มาโดยตลอด และได้ประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงอันตรายที่ประชาชนอาจได้รับจากการใช้ยาปลอม หรือยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน โดยยาในกลุ่มนี้เดิมพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ คนไข้จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์
ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องผูก ปวดท้อง และท้องอืด ผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ภาวะซึมเศร้า ความคิดอยากทำร้ายตนเอง ภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ภาวะไตวายเฉียบพลัน อีกทั้งยังพบว่ายากลุ่มนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นต้น
หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือหยุดยาเองโดยไม่มีอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้น้ำหนักดีดกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟกต์ได้ และอาจเกิดผลเสียทำให้ร่างกายบวมน้ำ ปวดตามข้อ และในคนไข้บางรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ฮอร์โมนเหล่านี้อาจไปกระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้ ด้วยลักษณะการใช้ต้องฉีดเข้าร่างกาย หากยาดังกล่าวไม่ปราศจากเชื้อ คนไข้อาจติดเชื้อในกระแสเลือดถึงขั้นเสียชีวิตได้
ยากลุ่ม GLP-1 ขึ้นทะเบียนถูกต้อง 30 ทะเบียน
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยากลุ่ม GLP-1 antagonist receptor จำนวน 30 ทะเบียน ด้วยข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และ ควบคุมน้ำหนัก ซึ่งขอยืนยันว่า อย.ได้อนุญาตผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ซึ่งผ่านการตรวจวิเคราะห์ว่ามีคุณภาพมาตรฐาน และมีความปลอดภัยในการใช้ มากกว่าการไปเลือกใช้ยาเถื่อน เพราะราคาถูกแต่ไม่ปลอดภัย เพราะอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
“คนที่ซื้อยี่ห้อที่มีการจับกุมนี้ไปแล้วขอให้ทิ้งไปทันที ส่วนคนที่ต้องใช้ยากลุ่มนี้ ขอให้ไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์สั่งจ่ายยาที่เหมาะสมกับบุคคลนั้น จะมีความปลอดภัย และขอเตือนประชาชนและสถานพยาบาลที่ให้บริการเสริมความงาม ไม่ควรซื้อยากลุ่มนี้ใช้เอง อาจได้รับยาปลอม ไม่มีตัวยาจริง ไม่รู้ว่าในผลิตภัณฑ์นั้นมีตัวยาอะไรบรรจุอยู่บ้าง และผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยหรือไม่”ภญ.สุภัทรากล่าว
พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผู้กำกับการกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กล่าวว่า การลดน้ำหนักด้วยผลิตภัณฑ์เถื่อน อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ไม่ควรเสี่ยงใช้ หากต้องการลดน้ำหนักควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด การซื้อยาเถื่อนมาใช้เองเป็นการสนับสนุนให้เกิดการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายอีกด้วย โดยจากปฏิบัติการในครั้งนี้จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าผู้ค้าเล็งเห็นแต่ผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค และผู้บริโภคเองยังไม่ตระหนักถึงอันตรายและผลข้างเคียงจากการซื้อยามาใช้ด้วยตนเอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะร่วมกับ อย. ในการเฝ้าระวัง หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการจับกุมให้ถึงที่สุด
ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ที่ www.fda.moph.go.th และ Line@FDAThai หรือแอปหมอพร้อม หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือ ผ่าน Email: [email protected] Line@FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ





