วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

‘ค่าครองชีพสูง’ กระทบคนไทยเข้าถึง ‘อาหารมีประโยชน์’ยากขึ้น

อนามัยโพลชี้ ค่าครองชีพสูงกระทบการเลือกซื้ออาหาร 63.76% ระบุอาหารราคาแพงทำให้กินอาหารมีประโยชน์ยากขึ้น สะท้อนผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชน กรมอนามัยแนะ “กินดีในงบจำกัด”

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อและบริโภคอาหารของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อราคาวัตถุดิบ ค่าเดินทาง และต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนอาจต้องปรับลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร เลือกซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง หรือลดการบริโภคอาหารบางกลุ่ม อาจส่งผลต่อความหลากหลายและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ได้รับ

 กรมอนามัยจึงสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผ่าน “อนามัยโพล” เรื่อง “ใช้ชีวิตยังไง ในยามยากลำบาก” เพื่อสะท้อนสถานการณ์ด้านการเข้าถึงอาหาร ความสามารถในการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งจากผลการสำรวจอนามัยระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 941 คน พบว่า สถานการณ์ที่กระทบต่อการกินหรือการซื้ออาหารมากที่สุด คือ

  • ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้น คิดเป็น 46.23%
  • รองลงมาคือ เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น 30.29%

ส่วนกลุ่มอาหารที่ผู้ตอบระบุว่าหาซื้อยากหรือซื้อได้น้อยลง ได้แก่ เนื้อสัตว์ 29.76%  น้ำมันประกอบอาหาร 26.35% และไข่ 21.15% นอกจากนี้ ยังมีอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป ผลไม้ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ข้าว แป้งหรือเส้นต่าง ๆ และผัก

สาเหตุที่ทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น พบว่า อันดับแรก คือ อาหารราคาแพง 63.76% รองลงมาคือ รายได้ลด 36.66% หาซื้ออาหารได้ยาก 17.22% เดินทางไปซื้อยาก 15.83% และทำอาหารไม่เป็น 10.10%

ขณะเดียวกัน ผู้ตอบระบุว่ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินบางส่วน โดยลดการบริโภคอาหารบางกลุ่ม ได้แก่ ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน และไอศกรีม 47.29% รองลงมาคือ อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป 46.12% และเครื่องดื่มรสหวาน 43.36%

สำหรับการปรับตัวเรื่องการกิน พบว่า ส่วนใหญ่เลือกซื้ออาหารที่ราคาถูกลงหรือซื้อช่วงลดราคา 64.82% รองลงมาคือ ทำอาหารกินเองมากขึ้น 37.51% ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง 33.58% ขณะที่ระบุว่าลดจำนวนมื้ออาหารหรือกินน้อยลง 32.83% ลดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน 25.71% และซื้ออาหารครั้งละมากขึ้นเพื่อเก็บไว้ 18.49%

พญ.อัมพร กล่าวด้วยว่า  กรมอนามัยแนะนำประชาชน “กินดีในงบจำกัด” ด้วยการวางแผนเมนูและรายการซื้อ เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลและที่หาได้ในท้องถิ่น เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ และเลือกแหล่งโปรตีนที่มีราคาเหมาะสม เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และเนื้อสัตว์ พร้อมเพิ่มผักและผลไม้ตามฤดูกาล หากสามารถทำอาหารกินเองได้จะช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายและเลือกส่วนประกอบของอาหารได้เหมาะสมมากขึ้น

“แม้ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีความหลากหลาย และไม่ลดหรืองดอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อสุขภาพ”พญ.อัมพรกล่าว