วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

“เอกนิติ” ชี้วิกฤตพลังงานลามค่าครองชีพ-กำลังซื้อ ต้องออก พ.ร.ก.ช่วยประชาชนทันที

“เอกนิติ” ชี้วิกฤตพลังงานลามค่าครองชีพ-กำลังซื้อ ต้องออก พ.ร.ก.ช่วยประชาชนทันที ย้ำต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน เปลี่ยนหลังคาเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรง พร้อมเปิดทุกโครงการให้ตรวจสอบ ส่อทุจริตตรวจทันที

KEY POINTS

  • รองนายกฯเอกนิติ ชี้แจงต่อที่ประชุม สว.ในสภาฯว่าวิกฤตพลังงานส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชน ทำให้การบริโภคภาคเอกชนหดตัว
  • รัฐบาลจำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • นอกจากการเยียวยาระยะสั้น พ.ร.ก. ยังมุ่งแก้ปัญหาระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ

วันนี้ (31 ส.ค. 2569) เวลา 13.00 น.  ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวขอบคุณที่ประชุมวุฒิสภา ในการพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 

นายเอกนิติ กล่าวว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจที่จังหวัดสงขลา จึงมอบหมายตนให้เป็นผู้กล่าวขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านสำหรับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และความห่วงใยตลอดการพิจารณา โดยตน รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการกลั่นกรอง ได้รับฟังทุกประเด็นอย่างใกล้ชิด

นายเอกนิติ กล่าวว่า เมื่อของแพงและรายได้ขึ้นไม่ทัน การบริโภคภาคเอกชนจึงติดลบจากไตรมาสแรก 0.5% หากไม่เร่งแก้ วิกฤตอาจลามไปสู่ธุรกิจปิดตัว คนตกงาน และกลายเป็นแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่ลบยาก ซึ่งในการช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลเดินหน้าไทยช่วยไทยพลัสและเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน สำหรับผู้ที่ไม่มีกำลังสมทบ เพื่อบรรเทาค่าครองชีพโดยตรง มีโครงการไทยช่วยไทยพลัสออกแบบให้รัฐช่วย 60% ประชาชนร่วมจ่าย 40% โดยไม่เปิดให้โมเดิร์นเทรดเข้าร่วม แต่เน้นร้านค้ารายย่อย พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ชุมชน ตำบล และหมู่บ้าน เงินที่จ่ายผ่านระบบดิจิทัลตรวจสอบได้แบบนาทีต่อนาที ลดช่องรั่วไหลและคอร์รัปชัน

"เม็ดเงินที่ลงไปแล้วกว่า 130,000 ล้านบาท กระจายในกรุงเทพฯ เพียง 17% ที่เหลือกระจายไปต่างจังหวัด พร้อมต่อยอดด้วย AI นกกระซิบ ช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยดูยอดขาย ต้นทุน และวิเคราะห์การขาย เพื่อเพิ่มทักษะระยะยาว" นายเอกนิติกล่าว 

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไทยนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเกือบ 10% ของ GDP ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 ขาดดุลเกือบ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 600,000 ล้านบาทในไตรมาสเดียว นี่คือความเปราะบางที่ต้องแก้ทันที 

ตอนนี้ประเทศไทยเหมือนบ้านหลังคารั่ว เมื่อฝนตกก็ต้องหาถังมารองน้ำ เพื่อดูแลคนในบ้านไม่ให้เปียก แต่นั่นเป็นเพียงการเยียวยา หากไม่ซ่อมหลังคาให้แข็งแรง ประเทศก็ต้องกู้มาอุดหนุนซ้ำทุกครั้งที่เกิดมรสุมพลังงาน

นายเอกนิติ กล่าวว่า การเปลี่ยนหลังคาของประเทศคือการลดพึ่งพาพลังงานนำเข้า ใช้น้ำมันบนดินจากอ้อย ปาล์ม มันสำปะหลัง ใช้แสงแดดบนหลังคาบ้านประชาชน ทำให้โซลาร์กลายเป็นรายได้ ลดค่าไฟ และเปิดทางให้ประชาชนขายไฟคืนระบบได้

อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าความโปร่งใสและความคุ้มค่าเป็นหัวใจของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ทุกโครงการต้องเปิดเผยบนเว็บไซต์ ตรวจสอบ วิจารณ์ และทักท้วงได้ หากพบส่วนใดไม่โปร่งใสหรือส่อทุจริต ขอให้แจ้งมา รัฐบาลและกระทรวงการคลังพร้อมเข้าไปร่วมตรวจสอบทันที

ทั้งนี้  โครงการจะไม่ใช่การนำของเก่ามาแปะเพื่อเบิกจ่าย แต่ต้องตอบให้ได้ว่าประชาชนได้ประโยชน์เท่าไร ลดนำเข้าพลังงานเท่าไร ลดก๊าซเรือนกระจกเท่าไร สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ สร้างงาน และเพิ่มทักษะคนไทยได้อย่างไร

"ไม่มีใครรู้ว่ามรสุมเศรษฐกิจโลกจะมาอีกเมื่อใด สิ่งที่ต้องทำวันนี้คือดูแลประชาชนไม่ให้เปียกฝน และเปลี่ยนหลังคาประเทศไทยให้แข็งแรง ลดความเปราะบางจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า เพื่อให้ประเทศรับมือวิกฤตครั้งหน้าได้ดีกว่าเดิม" นายเอกนิติ กล่าว