วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

กว่า 27 % คนไทยวัยทำงาน ‘ฝืนไปทำงาน’ แม้มีปัญหาสุขภาพจิต

คนวัยทำงาน กว่า 27 % ‘ฝืนไปทำงาน’ แม้มีปัญหาสุขภาพจิต “เร่งโค้ชกลุ่มเสี่ยง” ในสถานประกอบการทั่วไทย ช่วยฟื้นสุขภาพจิตดีขึ้น 99.98% ปรับพฤติกรรมเสี่ยงทางกายดีขึ้น 91.96% สุขภาพการเงินดี 70%

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่10 ก.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health Advisor : HHA) ภายใต้แนวคิด “Connecting People • Empowering Well-being • Building Healthy Organizations” “เชื่อมพลังคน สร้างสุขภาวะ ขับเคลื่อนองค์กรแห่งอนาคต”

โดยมีผู้บริหาร บุคลากรกรมสุขภาพจิต เครือข่ายสถานประกอบการ องค์กรและภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจิตจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 150 คน ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการดูแลสุขภาพจิตคนวัยทำงานในสถานประกอบกิจการและองค์กรทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพ

นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรวัยทำงานกว่า 38.66 ล้านคน ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อน จนส่งผลกระทบต่อสุขภาวะ ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ และปัญหาสุขภาพจิต
กว่า 27 % คนไทยวัยทำงาน ‘ฝืนไปทำงาน’ แม้มีปัญหาสุขภาพจิต

กรมสุขภาพจิตได้ร่วมกับสสส.พัฒนา Holistic Health Advisor (HHA) ขึ้น เพื่อสร้างบุคลากรภายในองค์กรให้ทำหน้าที่เป็น "เพื่อนคู่คิด ดูแลใจ" ให้คำปรึกษาเบื้องต้นครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจ และการเงิน พร้อมคัดกรอง และเชื่อมโยงผู้มีปัญหาเข้าสู่ระบบช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถขยายเครือข่ายสถานประกอบกิจการและองค์กรได้ถึง 222 แห่ง และดูแลประชาชนวัยทำงานรวมแล้วกว่า 1.2 ล้านคน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสนับสนุนการสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า กลุ่มโรคด้านสุขภาพจิต ทำให้เกิดการสูญเสียปีสุขภาวะสูงถึง 13% ของความสูญเสียที่เกิดจากความเจ็บป่วยและการบาดเจ็บทั้งหมด อีกทั้งยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ ในปี 2565 WHO ระบุว่าภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลของประชากรทั่วโลก ทำให้วันทำงานหายไป 12,000 ล้านวัน

สำหรับสถานการณ์ในไทย ข้อมูลการประเมินตนเองในระบบ Mental Health Check in ของกรมสุขภาพจิต ปี 2568 พบประชากรวัยทำงานอายุ 20-59 ปี เผชิญกับความเครียดในระดับสูง กว่า 11% โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้น อายุ 20-29 ปี สูงถึง 28% ขณะที่ผลสำรวจของ TIMS พบคนวัยทำงานฝืนไปทำงาน (Presenteeism) แม้มีปัญหาสุขภาพจิตกว่า 27%

“การดูแลเชิงรุกพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตในสถานประกอบการหรือองค์กร จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่บั่นทอนสุขภาพ รวมทั้งศักยภาพขององค์กรในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”นพ.พงศ์เทพกล่าว 

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า สสส. กำหนดให้ประเด็นสุขภาพจิตเป็น 1 ใน 7 เป้าหมายยุทธศาสตร์การทำงาน สอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติฉบับที่ 1 มุ่งเน้นการสร้างเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ก่อนที่จะเจ็บป่วย โดยดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้ การส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน โรงเรียน สถานประกอบการ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต พร้อมร่วมกับกรมสุขภาพจิตและภาคีเครือข่ายพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์คัดกรองภาวะซึมเศร้า "DMind" และเว็บแอปพลิเคชัน "ต่อ-เติม-ใจ" เพื่อดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นและเชื่อมระบบส่งต่อการรักษา

กว่า 27 % คนไทยวัยทำงาน ‘ฝืนไปทำงาน’ แม้มีปัญหาสุขภาพจิต

สสส. ได้สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร HHA ทดลองรูปแบบในสถานประกอบการ พัฒนาวิทยากรและโค้ชเพื่ออบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตองค์รวมให้แก่สถานประกอบการ ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบันประกอบการ 222 แห่ง มีผู้เข้าร่วม 358,560 คน

"พบกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพจิต 32,536 คน ได้รับการดูแลช่วยเหลือจนดีขึ้น 99.98% ที่เหลือได้รับการส่งต่อและอยู่ระหว่างการรักษา ส่วนกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพกาย 25,600 คน ได้รับความรู้เรื่องสุขภาวะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดีขึ้น 91.96% และกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพการเงินได้รับการดูแลช่วยเหลือ 70%” นพ.พงศ์เทพ กล่าว