วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

เช็กด่วน 2.6 หมื่นคน ต้องเปลี่ยน 'หน่วยบริการบัตรทอง' เริ่มตั้งแต่ 7 ก.ย.นี้

สปสช. จัดเครือข่ายหน่วยบริการใหม่รองรับผู้มีสิทธิบัตรทอง 26,262 คน หลังระงับ 3 คลินิกเครือหทัยราษฎร์ จากพบความไม่ถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและปัญหาการจัดบริการ

ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. 2569 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห้งชาติ (สปสช.) จัดเครือข่ายบริการใหม่รองรับประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง 26,262 คน ที่เดิมลงทะเบียนกับ 3 คลินิกเครือหทัยราษฎร์ ซึ่งถูกระงับการให้บริการหลังพบความไม่ถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและปัญหาการจัดบริการที่อาจกระทบประชาชน โดยจัดทั้งหน่วยบริการปฐมภูมิและโรงพยาบาลรับส่งต่อ เพื่อให้ได้รับบริการต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณกรุงเทพมหานครที่ร่วมสนับสนุนหน่วยบริการในสังกัดเข้ามาดูแลประชาชน ผู้มีสิทธิตรวจสอบหน่วยบริการใหม่ของตนได้แล้วตั้งแต่วันนี้

พันโท ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สปสช. ได้ ระงับการให้บริการ สหคลินิกหทัยราษฎร์ คลองสามวา มีนบุรีพลัสคลินิกเวชกรรม และหทัยราษฎร์คลินิกเวชกรรม สาขาหนองจอก หลังพบความไม่ถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและปัญหาการจัดบริการที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยขณะนี้ได้จัดหน่วยบริการใหม่รองรับเรียบร้อยแล้ว 

การจัดหน่วยบริการใหม่คำนึงถึงที่อยู่และความสะดวกในการเดินทางของประชาชน รวมถึงให้ครอบครัวหรือผู้ที่อยู่ทะเบียนบ้านเดียวกันได้รับการจัดสรรไปยังหน่วยเดียวกัน ตลอดจนพิจารณาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประวัติการส่งต่อ และศักยภาพของหน่วยบริการ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านกระทบประชาชนน้อยที่สุด 

เขตคลองสามวา ประชาชนที่เดิมลงทะเบียนกับ สหคลินิกหทัยราษฎร์คลองสามวา จำนวน 9,027 คน แบ่งเป็น 78 คน จัดไปลงทะเบียนกับ กรดาคลินิกเวชกรรม โดยมี โรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ และอีก 8,949 คน จัดไปลงทะเบียนกับ โรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ โดยมี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ทั้งสองกลุ่มอยู่ในเครือข่ายที่มี ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 คลองสามวา เป็นหน่วยบริการประจำ 

เขตหนองจอก ประชาชนที่เดิมลงทะเบียนกับ หทัยราษฎร์คลินิกเวชกรรม สาขาหนองจอก จำนวน 10,215 คน จัดสรรไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิใหม่ ได้แก่ เฮลท์แคร์คลินิกเวชกรรม 1,258 คน โดยมีโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่แพทย์ปัญญาเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ, เชื่อมสัมพันธ์ 29 สหคลินิก 2,813 คน โดยมีโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ และ ศูนย์บริการสาธารณสุข 44 ลำผักชี หนองจอก รวม 6,144 คน โดยแบ่งตามเครือข่ายรับส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 6,139 คน และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี 5 คน 

เขตมีนบุรี ประชาชนที่เดิมลงทะเบียนกับ มีนบุรีพลัสคลินิกเวชกรรม จำนวน 7,020 คน จัดสรรไปยัง สหคลินิก ดี เอช ซี 1,465 คน โดยมีโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่แพทย์ปัญญาเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ, คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท สาขาหทัยราษฎร์ 2,699 คน และ คลินิกเวชกรรมชุมชนราษฎร์อุทิศ 58 จำนวน 2,856 คน โดยสองหน่วยหลังมีโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ 

“สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องมีหน่วยบริการรองรับและการรักษาต้องไม่สะดุด สปสช. ขอขอบคุณ กรุงเทพมหานคร ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนหน่วยบริการในสังกัดร่วมดูแลประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่” พันโท ธนศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ การจัดหน่วยบริการใหม่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่นับเป็นการเปลี่ยนสิทธิ และในช่วงเปลี่ยนผ่านตลอดเดือนกันยายน 2569 ผู้ที่มีใบส่งตัวเดิมสามารถใช้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้ โดย ไม่ต้องกลับไปขอใบส่งตัวใหม่ จากหน่วยบริการปฐมภูมิแห่งใหม่ ทั้งนี้ หากมีใบนัด แต่ยังไม่มีใบส่งตัว ขอให้ไปติดต่อหน่วยบริการแห่งใหม่ที่ได้รับการจัดสรร เพื่อพิจารณาการรักษาต่อเนื่อง หรือส่งต่อไปยังรพ.รับส่งต่อ

ประชาชนสามารถ ตรวจสอบสิทธิและชื่อหน่วยบริการใหม่ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ผ่าน LINE สปสช. @nhso, แอปพลิเคชันหมอ กทม., แอปพลิเคชันทางรัฐ หรือสายด่วน สปสช. 1330 กด 2 หากพบปัญหาในการเข้ารับบริการ โทร 1330 ฟรี 24 ชั่วโมง