วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

บอร์ดสปสช.เคาะเกณฑ์ ‘งบบัตรทอง ปี 70’ เปลี่ยน 12 ข้อ – 11 สิทธิประโยชน์ใหม่

‘งบกองทุนบัตรทอง ปี 2570’ ทะลุ 2.89 แสนล้าน บอร์ดสปสช.เคาะหลักเกณฑ์บริหาร เปลี่ยนแปลง 12 ประเด็น ส่วนสิทธิประโยชน์ใหม่เพิ่ม 11 เรื่อง

KEY POINTS

  • งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือกองทุนบัตรทอง ปีงบประมาณ 2570 ได้รับทะลุ 2.89 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.98 % แยกเป็นค่าบริการเพิ่มกว่า 10% และส่วนเงินเดือนบุคลากรภาครัฐเพิ่มราว 5 % 
  • บอร์ดสปสช.เคาะหลักเกณฑ์บริหารจัดการกองทุนบัตรทอง ปี 2570 มีการเปลี่ยนแปลง 12 ประเด็น  ค่าผู้ป่วยในอัตราจ่ายไม่เกิน 9,142 บาท - ยกระดับบริการปฐมภูมิ กำหนด “ชุดบริการปฐมภูมิชาติ” -ลุยใช้ AI Audit
  • ขณะที่รายการใหม่/สิทธิประโยชน์ใหม่ ปีงบประมาณ 2570 เพิ่มขึ้น 11 รายการ  ใช้งบประมาณราว 1,348.9698 ล้านบาท

การประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ดสปสช. เป็นประธานประจำเดือนกันยายน 2569  มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2570 ทั้งรายการงบเหมาจ่ายและงบนอกเหมาจ่าย กรณีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไม่มีการแก้ไข

ปี 70 งบบัตรทองเกือบ 3 แสนล้าน เพิ่มกว่า 8 %

ทั้งนี้ งบประมาณแผ่นดินที่ผ่านความเห็นชอบเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569  พบว่ากรอบวงเงินงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(งบบัตรทอง) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวม 289,113.05 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  จำนวน 23,817.46 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.98% โดยมีอัตราเหมาจ่ายรายหัวผู้มีสิทธิ์บัตรทองอยู่ที่ 4,669.44 บาทต่อหัวประชากรต่อปี  เพิ่มขึ้น 493.45 บาทต่อหัวประชากร หรือเติบโตในอัตรา 11.83 %
เมื่อแยกเฉพาะส่วนที่ไม่รวมเงินเดือนข้ารา6ชการภาครัฐ เหลือส่วนที่เป็นค่าบริการดูแลรักษาพยาบาลจะอยู่ที่ 214,144.41 ล้านบาท จากเดิมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 193,849.25 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 20,295.16 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.47%

 ขณะที่งบประมาณส่วนที่เป็นเงินเดือนของบุคลากรภาครัฐในระบบสาธารณสุขอยู่ที่ 74,968.64 ล้านบาท จากเดิม 71,446.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,522.30 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 4.93 %

บอร์ดสปสช.เคาะเกณฑ์ ‘งบบัตรทอง ปี 70’ เปลี่ยน 12 ข้อ – 11 สิทธิประโยชน์ใหม่

3 เป้าหมายหลักบริหารงบบัตรทองปี 2570

เป้าหมายหลักในการบริหารจัดการงบบัตรทองปี 2570 ที่มีอยู่ให้เพียงพออย่างมีประสิทธิภาพ คือ
1.ทิศทางนโยบาย ส่งเสริมบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและปฐมภูมิ เน้นผลลัพธ์ บริการและลดภาระค่ารักษาพยาบาล  ,การบูรณาการนโยบายจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติ (Policy Alignment)  รองรับการ เปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่สำคัญ (Top-down policy) โดยนำมาออกแบบรายละเอียดวิธีปฏิบัติ ในส่วนของงบขาลงให้มีความสอดคล้องกัน ,ให้ความสำคัญการบริหารการจัดหายา วัคซีน และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ การใช้ยาสามัญ (Generic drug) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ผลิตในประเทศ

2.ธรรมาภิบาล ออกแบบระบบการจ่ายที่คำนึงถึงการควบคุมกำกับ (Governance) สนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างหน่วยบริการและกองทุน มีกลไกการตรวจจับการทุจริต (Detect Fraud)ที่มีความ รวดเร็ว แม่นยำและทันท่วงที เพื่อรักษาความมั่นคงของกองทุนฯ ,สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Genuine Participation)ตามมาตรา 46 แห่ง พรบ. หลักประกันฯ ,ความยืดหยุ่นและสอดคล้องตามกรอบกฎหมาย และปรับอัตราจ่ายตามมติคณะกรรมการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐาน

3.ประสิทธิภาพการบริการงบประมาณ  งบประมาณปลายปิด ใช้หลักการ Value for Money (3E) ได้แก่ ความประหยัด (Economy) ประสิทธิภาพ (Efficiency) และประสิทธิผล (Effectiveness) การจัดการ Low Value Care , ยึดแนวทางการปรับประสิทธิภาพการบริหาร  และปรับปรุงหลักเกณฑ์ตามความจำเป็นและ สอดคล้องกับงบประมาณ

บริหารงบกองทุนบัตรทองเปลี่ยน 12 ประเด็น

12 ประเด็นเปลี่ยนแปลงในการบริหารงบกองทุนบัตรทองปีงบประมาณ 2570

1.หลักการทั่วไป  เช่น  ในเรื่องงบประมาณปลายปิด หรือการบริหารจัดการแบบวงเงินเพดานในแต่ละรายการ และยึดหลัก Value for Money ตามหลัก 3E เดิม แต่จะเพิ่มมิติความเสมอภาค (Equity) การจัดสรรทรัพยากรและการช่วยเหลือตามความจำเป็น  ในการตรวจสอบค่าใช้จ่าย 

นอกจากนี้  การบริหารงบปฐมภูมิ อาจพิจารณากันเงินงบประมาณ จากรายการที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อจัดสรรให้กับหน่วยบริการ ระดับปฐมภูมิหรือเครือข่ายของหน่วยบริการปฐมภูมิ

ค่าผู้ป่วยในอัตราจ่ายไม่เกิน 9,142 บาท

2.การบริหารจัดการงบบริการผู้ป่วยใน(IP) ส่วนเปลี่ยนแปลงอย่างเช่น   งบประมาณที่ได้รับจากส นักงบประมาณ อัตราจ่าย 10,000 บาทต่อ AdjRW จำนวน 104,999.948 ล้านบาท คำนวณอัตราผลงานรวม 11.2 ล้าน Sum AdjRWคิดเป็นอัตราจ่ายไม่เกิน 9,142 บาท/AdjRW หลังจากคำนวน ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ(UCEP) เอกชน รัฐ ให้คงการจ่ายแบบอัตราคงที่ (Fix rate) ด้วยอัตราเดิม และอัตราในเขตนอกเขตเท่ากัน

หากงบไม่เพียงพอ ให้ขอรับงบเพิ่มต้องผ่านการ audit โดยใช้แนวปฎิบัติ 3 Lines of defense ,ให้มีการตรวจสอบก่อนจ่ายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (pre-payment audit) ,ให้มีการตรวจสอบหลังการจ่าย และเน้นด้วยอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น (post-payment audit) และ ให้มีกลไก กำกับติดตาม ผ่านกลไกร่วมกับคณะทำงานกำกับติดตามระดับเขต (M&E เขต) เป็นต้น 

3.กรณีเฉพาะและโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เพิ่มมาตรการปรับประสิทธิภาพของเกณฑ์ของมะเร็ง ,ต้อกระจก เพิ่มรายละเอียดการกำหนดโควต้า หรือลดอัตรา และ จัดระบบรองรับโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง และโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

บอร์ดสปสช.เคาะเกณฑ์ ‘งบบัตรทอง ปี 70’ เปลี่ยน 12 ข้อ – 11 สิทธิประโยชน์ใหม่

กำหนดชุดบริการปฐมภูมิ เป็น National Health Package

4. การบริหารจัดการงบบริการระดับปฐมภูมิ กำหนดชุดบริการปฐมภูมิ เป็น National Health Package  ,จัดรูปแบบการบริหารและบริการปฐมภูมิในลักษณะเครือข่าย ที่รวมหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยนวัตกรรมในพื้นที่ , พิจารณากันเงิน งบผู้ป่วยนอก(OP) และงบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค (PP) บริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ และกองทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง มาจัดสรรให้หน่วยบริการปฐมภูมิ และเครือข่าย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้บริการระบบปฐมภูมิ และส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขระบบทางไกลสำหรับบริการ เช่น จิตเวช  โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง( โรคNCDs)

 5. บริการเอชไอวี/เอดส์ (HIV/AIDS) ปรับเพิ่มการจ่ายเป็นแบบ Value-based payment

6. การบริหารจัดการกองทุนพื้นที่กรุงเทพมหานคร  การบริหารงบผู้ป่วยนอก กรณีโมเดล 5 ให้มีการกันเงิน OP Refer (ส่งต่อผู้ป่วย)ให้เพียงพอ ปรับจำนวน อัตราการกันเงินต่อประชากรอย่างยืดหยุ่น ,การกันเงินในรายการอื่น หากเงินเหลือให้นำมาจัดคืนเพื่อชดเชยเงินรายการอื่นที่อาจไม่เพียงพอก่อนการจัดสรรแก่หน่วยบริการ และให้มีคณะกรรมการร่วมระดับเขต ในการพิจารณาตามความเหมาะสมการส่งต่อและส่งกลับ

7. การสมทบเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ตามประกาศของท้องถิ่น

การตรวจสอบโดยใช้ AI

8. การบริหารค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน ปรับการจ่ายเหมือนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

 9. การตรวจสอบโดยใช้ AI (AI audit)

10. การส่งข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูล  โดยให้ทบทวนข้อมูลการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2571 ส่วนกทม.กำหนดเพิ่มเติมตามมติคณะกรรมการหลักประกันฯ

11. การบริหารจัดการแผนจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ฯ  เพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณากำหนดราคาที่เหมาะสม โดยแยกค่าบริหารจัดการออกจากราคายาให้ชัดเจน โดยให้อยู่ในกลไก ร่วมระหว่างองค์การเภสัชกรรม และคณะอนุกรรมการ คณะทำงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาราคาที่เหมาะสม ก่อนเสนอแผน

12. ประเด็นอื่นๆ  เพิ่มยาปรุงเฉพาะรายในแผนไทย ,การปรับลดค่าแรง ระดับประเทศ ของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ,ข้อเข่า เพิ่มรายละเอียดการกำหนดโควต้า หรือลดอัตรา ,เพิ่มรายการที่ให้เป็นสิทธิประโยชน์ในแพทย์ขั้นสูง 2 รายการ ได้แก่ MR Linac และ 3D printing ,วัณโรค ย้ายการรักษาวัณโรคแฝงเป็นรายการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค และการปลูกถ่ายตับกรณีตับวายเฉียบพลัน และการปลูกถ่ายปอดและหัวใจ ที่เป็นสิทธิประโยชน์ใหม่

บอร์ดสปสช.เคาะเกณฑ์ ‘งบบัตรทอง ปี 70’ เปลี่ยน 12 ข้อ – 11 สิทธิประโยชน์ใหม่

11 สิทธิประโยชน์ใหม่ปี 2570

สำหรับรายการใหม่/สิทธิประโยชน์ใหม่ ปีงบประมาณ 2570 เพิ่มขึ้น 11 รายการ  ใช้งบประมาณราว 1,348.9698 ล้านบาท ประกอบด้วย

1.การใช้เครื่องช่วยการเต้นของหัวใจถาวรแบบไร้สายในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดปกติชนิดหัวใจเต้นช้าเป้าหมาย 231 ชิ้น  งบฯ 46.2 ล้านบาท

 2.หัตถการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน (TAVI) เป้าหมาย 300 รายกรอบวงเงินงบประมาณ 87 ล้านบาท

3. ชุดประสาทหูเทียมชนิดฝังก้านสมอง มีเป้าหมาย 10 ราย ด้วยกรอบวงเงินงบประมาณ 7 ล้านบาท

4.นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ AI วงเงินรวมทั้งสิ้น 300 ล้านบาท

5. บริการแพทย์ขั้นสูงและนวัตกรรมไทย เช่น การวางแร่ที่ตา การกษาด้วยรังสีโปรตรอน การดำเนินงานศูนย์ยาต้านพิษเพื่อดูแลผู้ป่วยได้รับสารเคมีรุนแรง การนำเครื่องฉายรังสี ศูนย์ยาต้านพิษ ,MR Linac และเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D printing วงเงินรวมถึง 624.1168 ล้านบาท

6. บริการจัดสรรวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcus Conjugated Vaccine; PCV) ในเด็กเล็กที่มีอายุ 2 เดือน, 4 เดือน และ 12 เดือน กำหนดเป้าหมาย 379,700 คน ภายใต้งบประมาณ 170.865 ล้านบาท

7. ขยายกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกในการจัดการวัณโรคในชุมชน 237,100 คน งบประมาณ 95.979 ล้านบาท

8.เพิ่มขอบเชตการให้ยาวัณโรคระยะแฝง เป็นสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมป้องกันโรค สำหรับคนไทยทุกคน เป้าหมาย 3,040 คน  กรอบงบประมาณ 4.56 ล้านบาท
9.ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับบุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากสถานการณ์การปะทะกันตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา เป้าหมาย 40 คน กรอบงบประมาณ 819,000 บาท

10.การปลูกถ่ายตับ กรณีตับวายเฉียบพลัน กำหนดเป้าหมาย 10 ราย วงเงิน 8.83 ล้านบาท

และ11.การปลูกถ่ายปอดและหัวใจ กำหนดเป้าหมายจำนวน 6 ราย วงเงิน 3.6 ล้านบาท