วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569

Login
Login

แห่เปิด ‘คณะแพทย์’ ไม่ช่วยแก้ปัญหา  แต่กลับเสี่ยงคุณภาพ - เด็กถูกลอยแพ

คณบดีแพทย์ สจล.และกก.แพทยสภาชี้ปัญหาแพทย์ อยู่ที่ “กระจุกตัว” ไม่ใช่ “จำนวนขาด”  แห่เปิด “คณะแพทย์” แก้ไม่ตรงจุด  หวั่นคุณภาพ แถมกระทบคนถูกบังคับเป็น “ครูแพทย์”  ส่วนนักศึกษาเสี่ยงถูกลอยแพ

จากที่ “กรุงเทพธุรกิจ” เปิดประเด็น “บูมกำลังคนรับธุรกิจลองจิวิตี้ ดีมานด์พุ่ง 5 ปี 21 คณะแพทย์-พยาบาลเปิดใหม่” ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์  คณะพยาบาลศาสตร์ รวมถึง การเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรด้านสุขภาพมากขึ้นในประเทศไทย และปัจจุบันมีรายงานอีกหลายมหาวิทยาลัยเตรียมจะเปิดคณะแพทย์ด้วย อย่างล่าสุด มีรายงานสภามหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรีมีมติเห็นชอบให้มีการศึกษาการเปิดคณะแพทยศาสตร์นั้น   

แม้ด้านหนึ่งจะถูกมองเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรรองรับเศรษฐกิจสุขภาพ แต่อีกด้านหนึ่งก็มีการตั้งคำถามถึง “ความจำเป็น”และ “คุณภาพมาตรฐาน” หากมีการแห่เปิดคณะแพทย์มากขึ้นเรื่อยๆ จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาระบบสาธารณสุขประเทศได้จริงหรือ

ปัญหาแพทย์กระจุกตัว ไม่ใช่จำนวนขาด

ศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องจำนวนคณะแพทยศาสตร์ที่มีการเปิดเพิ่มมากขึ้นว่า การที่แพทย์ลาออก หรือบางจังหวัดไม่มีแพทย์ บางจังหวัดเป็นพื้นที่สีแดงตามที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ระบุนั้น ไม่ได้เกิดจากจำนวนแพทย์ไม่เพียงพอ แต่เกิดจากการกระจุกตัวของแพทย์ โดยแพทย์จำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศกระจุกอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียว
แห่เปิด ‘คณะแพทย์’ ไม่ช่วยแก้ปัญหา  แต่กลับเสี่ยงคุณภาพ - เด็กถูกลอยแพ

ขณะที่อีก 76 จังหวัดที่เหลือต้องแบ่งสัดส่วนแพทย์ที่เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่งไปเกลี่ยดูแลประชากร และเกลี่ยไม่สมดุลทำให้อยู่พื้นที่เมืองมากกว่า และอยู่จังหวัดที่ความพร้อมทรัพยากรดีกว่า ฉะนั้น สิ่งที่ควรทำในการแก้ปัญหานี้ คือ การกระจายความเจริญ ให้ค่าตอบแทนที่ดึงดูดจนแพทย์อยู่ได้ ไม่ใช่สวัสดิการมาตรการทุกอย่างเหมือนเดิมแล้วเน้นเติมคนไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อใช้ทุนกลับมาก็วนมาอยู่ในกรุงเทพฯเหมือนเดิม 

ห่วงคุณภาพการเรียนการสอน

เรื่องการคุณภาพการเรียนการสอน ศ.นพ.สมชาย มีความเป็นห่วงว่า หากมีการเปิดจำนวนมากนั้น บุคลากร สถานที่และโรงพยาบาลก็เริ่มมีข้อจำกัด จะเห็นภาพของรพ.อยู่ภาคเหนือมาเรียนกรุงเทพฯ ส่วนรพ.อยู่กรุงเทพฯไปเรียนภาคใต้  เนื่องจากปัจจุบันไม่มีสถานที่ให้ฝึกปฏิบัติทางคลินิกแล้ว

อีกทั้ง แพทย์ที่เลือกไปทำงานอยู่ในรพ.ต่างๆ ถ้าไม่ได้เลือกอยู่โรงเรียนแพทย์ เพราะไม่ต้องการเป็นครูแพทย์ อยากทำงานเป็นแพทย์รักษาคนไข้ ก็จะกลายเป็นการบังคับให้ทุกคนที่เป็นแพทย์ในจังหวัดต่างๆ ต้องเป็นครูแพทย์ โดยไม่ได้สมัครใจ

เด็กเสี่ยงถูกลอยแพระหว่างเรียน

ศ.นพ.สมชาย กล่าวด้วยว่า  แม้ว่าก่อนเปิดการเรียนการสอน หลักสูตรจะต้องได้รับการรับรองจากแพทยสภาก่อน แต่ระหว่างการเปิดการเรียนการสอนไปแล้ว ก็อาจมีปัญหาเรื่องคุณภาพมาตรฐานของการเรียนการสอนไม่ได้ตามที่แพทยสภารับรองมาก่อนหน้านี้  เช่น อาจารย์แพทย์ลาออกหรืออื่นๆ  เมื่อแพยสภาไปตรวจก็กลายเป็นคุณภาพไม่ผ่าน และไม่รับรองการเปิด ก็ต้องปิดคณะแพทย์แห่งนั้น ขณะที่ยังมีนักศึกษาเรียนอยู่ยังไม่สำเร็จการศึกษา ผลกระทบก็จะตกอยู่ที่นักศึกษา

“จากสถิติสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรของประเทศไทย จำนวนไม่ได้น้อย  ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนแพทย์เกือบ 80,000 คน หากจะเปิดคณะแพทย์เพื่อแก้เรื่องขาดแคลนแพทย์ หรือแพทย์น้อย จึงไม่ถูกต้อง ไม่ตรงจุด จะต้องตั้งคำถามว่าจริงๆแล้วการเปิดคณะแพทย์ เพื่ออะไรมากกว่า และข้อดีไปตกที่ใคร ถ้าเปิดแล้วดีก็ดีไปมีแพทย์เข้าระบบมาช่วยกันทำงาน แต่จะต้องควบคุมคุณภาพอย่างมาก ”ศ.นพ.สมชายกล่าว