วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สธ.ลุย 'กำหนดปีเกิด' คนห้ามซื้อบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า เริ่ม'เจเนอเรชันแรก'ที่ซื้อไม่ได้

สธ.ลุย 'กำหนดปีเกิด' คนห้ามซื้อบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า เริ่ม'เจเนอเรชันแรก'ที่ซื้อไม่ได้

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการผลักดันนโยบาย ”Nicotine-Free Generation” ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการกำหนดเจเนเรชันใหม่ห้ามซื้อบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าและนิโคตินทุกชนิดว่า  การดูแลรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เป็นภาระค่อนข้างสูงทั้งภาระเรื่องการเงิน กำลังคน

ปัจจุบันมีหลาย ๆประเทศที่เริ่มใช้นโยบาย Smoke Free หรือ  นิโคติน ฟรี เจเนอเรชัน (Nicotine-Free Generation) โดยในเวทีระดับสากลก็มีการพูด ถึงเรื่องนี้ค่อนข้างกว้างขวาง เป็นความท้าทายที่จะนำเสนอลงไปใช้ในภาคปฏิบัติ  สำหรับประเทศไทยก็มีความคิดที่จะนำเสนอนโยบายนี้เช่นกัน โดยจะพยายามพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกมิติ ทั้งในส่วนของผู้สูบ บุคลากรทางการแพทย์ งบประมาณ เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ไปจนถึงโรงงานยาสูบและทุกภาคส่วน

ลุยคุมเจเนอเรชันใหม่ ห้ามซื้อบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า นโยบายนี้โดยหลักสากล ไม่ได้เป็นนโยบายที่บอกว่าพรุ่งนี้ตื่นมามีกฎหมายแล้ว จะสั่งห้ามขายหรือห้ามสูบทันที  แต่จะเป็นการกำหนดเกณฑ์อายุเริ่มต้นสำหรับเด็กและเยาวชน เช่น เด็กที่มีอายุ 10 หรือ 12 ปี ณ วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งเมื่อเด็กกลุ่มนี้เติบโตขึ้นจนถึงอายุที่กฎหมายเดิมเคยอนุญาตให้ซื้อบุหรี่ได้ เมื่อออกกฎหมายใหม่นี้ออกมา  ก็จะทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงหรือซื้อบุหรี่ได้อีกต่อไป ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้กลายเป็น "เจเนอเรชันแรก" ที่ไม่สามารถซื้อบุหรี่ได้ตามกฎหมาย

กำหนดปีเกิดห้ามซื้อ

“มาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่การลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่อย่างต่อเนื่องในอนาคต แต่จะไม่มีผลกระทบต่อผู้ที่สูบบุหรี่อยู่ ไม่ส่งผลกระทบต่อโรงงานยาสูบหรือเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่สูบได้อยู่แล้วก็ยังคงสูบได้ต่อไป แต่อัตราการสูบโดยรวมจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับเมื่อผู้สูบเดิมอายุมากขึ้นหรือเลิกสูบไป ประกอบกับอัตรานักสูบหน้าใหม่ไม่เพิ่มเข้ามา ก็จะทำให้การสูบหรือการใช้ยาสูบทยอยลดลงเป็นลำดับ”นายพัฒนากล่าว 

ถามย้ำว่าจะออกมาเป็นการกำหนดปีเกิดของคนในการห้ามซื้อหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า  เป็นตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งในหลักการสากล ก็จะกำหนดสมมติว่า อายุ 10 ขวบในปีที่กฎหมายบังคับใช้ เมื่อเขามีอายุถึงที่สามารถซื้อบุหรี่ได้ตามกฎหมายเดิมที่กำหนดอายุไว้ที่ 20 ปี  ก็จะซื้อไม่ได้  เพราะกฎหมายใหม่จะกำหนดไว้แล้วว่าผู้ที่มีอายุ 10 ขวบในปีที่กฎหมายใหม่บังคับใช้ห้ามซื้อบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และนิโคตินทุกชนิด เป็นต้น 
สธ.ลุย 'กำหนดปีเกิด' คนห้ามซื้อบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า เริ่ม'เจเนอเรชันแรก'ที่ซื้อไม่ได้

ชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบ

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า  ในระหว่างที่กฎหมายใหม่ใช้ ก็จะคงจะพิจารณาเรื่องการสนับสนุนให้ผู้ปลูกใบยาสูบ หรือผู้ที่อยู่ในวงจรเกษตรกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับการชดเชย เช่น ให้ได้รับการส่งเสริมไปปลูกพืชแนวใหม่ ,เรื่องการศึกษาให้กลุ่มบุตรหลาน และสาธารณูปโภคที่เข้าไปอยู่ในชุมชน เป็นเพียงเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังเพิ่งเริ่มรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน โดยจะเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  รัฐมนตรีและแพทยสภา เปิดรับฟัง เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความคิดในทางเดียวกันที่จะดูแลเยาวชนไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น  และดูแลผู้ที่อยู่ในวงจรธุรกิจและเกษตรกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย เกี่ยวกับข้อเสนอแนะ ข้อห่วงใยและสิ่งที่อยากจะได้หากมีการนำนโยบายนี้ไปใช้อย่างจริงจัง มาประกอบการพิจารณาด้วย  โดยจะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะผลักดันนโยบายนี้ให้ออกมาใช้บังคับภายในรัฐบาลนี้หรือไม่ นายพัฒนา กล่าววว่า เป็นการเริ่มกระบวนการ เพราะหลายเรื่องกระทบกับผู้คนจำนวนมาก หากดำเนินการเร็วได้ก็ดี แต่ถ้าเทียบกับความรอบคอบก็จะใช้เรื่องความรอบคอบเป็นหลัก

หนุนรัฐออกมาตรการ “ปลอดนิโคตินในคนรุ่นใหม่”

ขณะที่เครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ต้านภัยยาสูบ (NoNoGang) และโครงการทันตบุคลากรไทยเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า จัดพิธีมอบรางวัลประกวดผลงานศิลปะและเปิดตัวนิทรรศการ “(สุข)ชั่วครู่ สู่(ทุกข์)ชั่วชีวิต ! Are you Sure?” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 พร้อมยื่นแถลงการณ์ถึงนายกรัฐมนตรี เสนอออกกฎหมายขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมปลอดนิโคตินในคนรุ่นใหม่ (Nicotine-Free Generation) ห้ามผู้ที่เกิดหลังปีที่กำหนด ซื้อผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิดตลอดชีวิต เพื่อตัดวงจรนักสูบหน้าใหม่ตั้งแต่ต้นทาง

นายปารณ สินธพานนท์ ผู้แทนเครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ต้านภัยยาสูบ (NoNoGang) กล่าวว่า เครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ต้านภัยยาสูบจาก 18 สถาบันทั่วประเทศ ได้มีแถลงการณ์ยื่นข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันนโยบาย “Nicotine-Free Generation” หรือ “คนรุ่นปลอดบุหรี่” มาใช้ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการควบคุมยาสูบระดับสากล

ด้วยการออกกฎหมายกำหนดให้ “ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปีที่กฎหมายมีผลบังคับใช้เป็นต้นไป จะไม่สามารถซื้อบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกรูปแบบได้อย่างถูกกฎหมายไปตลอดชีวิต” โดยใช้วิธีการเลื่อนเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการซื้อขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ซึ่งมาตรการนี้จะสามารถปกป้องเด็กและเยาวชนไทยรุ่นใหม่จากการเสพติดนิโคตินได้อย่างเด็ดขาด และตัดวงจรการเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์นักสูบได้อย่างยั่งยืน

ไร้กม.คุมเจเนเรชันทำบุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาด 

นายปารณ กล่าวอีกว่า แนวคิด “Tobacco-Free Generation” เป็นมาตรการที่หลายประเทศทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อหยุดการระบาดในกลุ่มเยาวชน โดยออกกฎหมายไม่ให้ผู้ที่เกิดหลังปีที่กำหนด มีสิทธิ์ซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบตลอดชีวิต เช่น

  • มัลดีฟส์ หนึ่งในประเทศผู้นำที่ประกาศใช้กฎหมายร่วมกับเครือข่ายควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO) ห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าแก่ผู้ที่เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม ปี2007 อย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เดือน พ.ย. ปี 2025
  • สหราชอาณาจักร ที่เพิ่งผ่านกฎหมาย Tobacco and Vapes Bill  ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. ปี 2027 ห้ามจำหน่ายบุหรี่แก่ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นไป

“ไทยยังไม่มีข้อกฎหมายควบคุมผู้ใช้งานเจเนอเรชันใหม่อย่างจริงจัง จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบอื่นในเด็กและเยาวชนไทยอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในหลายมิติ ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคปอด โรคหัวใจ ตลอดจนปัญหาจากการสูดดมควันบุหรี่มือสอง