วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569

Login
Login

รัฐจัดงบรับสังคมสูงวัย เพิ่มสิทธิประกันสังคม จ้างงานผู้สูงอายุ

รัฐจัดงบรับสังคมสูงวัย เพิ่มสิทธิประกันสังคม จ้างงานผู้สูงอายุ

ภาครัฐเตรียมงบประมาณปี 66 รองรับผู้สูงอายุ 438 กว่าล้านบาท ผู้ประกันตนม.33 เดือนก.พ.66 มี 11.66 ล้านคน ว่างงาน 1.8 แสนคน เลิกจ้าง 3.1 หมื่นคน นักวิชาการ เผยกำลังเข้าสู่สึนามิสูงวัย รัฐอุดหนุนเบี้ยยังชีพ ดูแลผู้สูงอายุไม่เท่าเทียม

Keypoint:

  • ไทยกำลังเข้าสู่คลื่นสึนามิสูงอายุ สัดส่วนวัยแรงงาน:ผู้สูงอายุ:เด็ก อยู่ที่ 4:1:1  อนาคตวัยแรงงานจะแบกภาระมากขึ้น 
  • ผู้สูงอายุในไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาวะพึ่งพิง มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก เบี้ยยังชีพจากนโยบายต่าง ๆ เมื่อเฉลี่ยต่อหัวต่างกันมาก ไม่มีความเท่าเทียม
  • ประกันสังคมปรับปรุงนโยบาย เพิ่มสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม สวัสดิการแก่แรงงานขยายช่วยดูแลสูงวัย พร้อมจ้างงานผู้สูงอายุมากขึ้น

ประเทศไทยเข้าสู่ 'สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์' (complete aged society) โดยมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปี กว่า 12.9 ล้านคน หรือ 20% จากประชากรทั้งหมด โดยการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ได้สร้างผลกระทบในระดับบุคคล

โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยแรงงานที่มีภาระดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศมีสัดส่วนของวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุต่อเด็ก อยู่ที่ 4: 1: 1 และคาดว่าในปี 2579 จะปรับลงไปอยู่ที่ 2:1:1

ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่มีสภาวะขาดเงินออม มีเงินไม่เพียงพอสำหรับการเกษียณ และใช้จ่ายในช่วงบั้นปลายชีวิต เป็นข้อจำกัดของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนั้นเมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุมากขึ้น เด็กเกิดใหม่น้อยลง และวัยทำงานเท่าเดิม หรือลดลง ส่งผลให้ค่าแรงสูงขึ้น หรือขาดแคลนแรงงานทำให้ต้องพึ่งเครื่องมือเครื่องจักร หรือนำเทคโนโลยี หรืออาจต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าวมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เช็กสิ่งที่ควรทำ - หลีกเลี่ยงในช่วงหน้าร้อน เรื่องที่ทุกคนควรรู้

หน้าร้อนระวัง ‘ฮีทสโตรก' ยาไทยคลายร้อนผู้สูงอายุ

ส่องนโยบายสูงวัย '10พรรคการเมือง' ชูสวัสดิการ ดันความมั่นคงวัยเกษียณ

ไอเดีย'ของขวัญ-ของฝาก'ดีต่อใจให้ผู้สูงอายุ ญาติผู้ใหญ่ในช่วงสงกรานต์

 

การจ้างงาน-เลิกจ้างงานต้นปี 66

สำนักงานสถิติแห่งชาติ และกองวิจัยและพัฒนา สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจแรงงาน ประจำเดือน ก.พ.2566 ระบุว่า

  • การจ้างงาน ผู้ประกันตนม. 33 มีจำนวน 11.66 ล้านคน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.27 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา
  • การว่างงานในระบบประกันสังคม มีจำนวน 189,287 คน คน ลดลงร้อยละ -16.79 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา
  • การเลิกจ้างในระบบประกันสังคม มีจำนวน 31,441 คน ลดลงร้อยละ -33.67 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยอัตราการเลิกจ้างของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างของระบบประกันสังคมอยู่ที่ร้อยละ 0.27

รัฐจัดงบรับสังคมสูงวัย เพิ่มสิทธิประกันสังคม จ้างงานผู้สูงอายุ

สัญญาณเตือนภัยด้านแรงงาน มีค่าเท่ากับ 0.08 และอยู่ในเกณฑ์ปกติโดยการว่างงานเดือน มี.ค. และ เม.ย. 2566 คาดการณ์ว่าจะลดลง 30,047 คน (-9.83%) และ 25,239 คน (-11.14%) จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ และการเลิกจ้างเดือน มี.ค. และ เม.ย. 2566 คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 12,962 คน (22.47%) และเพิ่มขึ้น 29,479 คน (90.23%) จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

 

เตรียมงบรองรับสังคมสูงวัย 438กว่าล้านบาท

ด้วยจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นและวัยแรงงานลดลง  ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้มีการตั้งรับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรสูงอายุ ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการจัดสวัสดิการสังคมให้กับผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างที่พึงได้รับ

โดยสิ่งที่ภาครัฐได้เตรียมรองรับโดยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม ส่งเสริมการแผนการเงิน และสุขภาพหลังเกษียณ สร้างความมั่นคงทางรายได้ไม่ให้เหลื่อมล้ำ เพื่อสร้างสังคมสูงวัยที่เป็นธรรม และเท่าเทียม จัดสวัสดิการถ้วนหน้า และส่งเสริมอาชีพ

พร้อมทั้งจัดทำเป็นแผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ปีงบประมาณ 2566 จำนวน 438.4192 ล้านบาท(ข้อมูล ณ วันที่ 6 ต.ค.2565) ซึ่งจัดสรรให้แก่กระทรวงกระทรวงแรงงาน จำนวน 1.9872 ล้านบาท ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีโครงการส่งเสริมสวัสดิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเกษียณอย่างมีคุณภาพของประชากรวัยแรงงาน อายุ 25- 59 ปี

นอกจากนั้น สำนักงานประกันสังคม อัพเดทจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม เดือนมกราคม 2566 รวมทั้งหมด 24,386,011 คน แบ่งเป็น มาตรา 33 ลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีนายจ้าง จำนวน 11,618,874 คน ผู้ประกันตนมาตรา 39 เคยเป็นผู้ประกันตน มาตรา33 ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน ลาออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1,876,354 คน และผู้ประกันตนมาตรา 40 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน10,890,783 คน

สึนามิผู้สูงอายุ ดูแลไม่เท่าเทียม

ดร.ณปภัช สัจนวกุล อาจารย์สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในการก้าวสู่สังคมสูงวัยจะรุนแรงและรวดเร็วมากเมื่อเทียบกับชาติตะวันตกที่ใช้เวลากว่า100 ปีในการเปลี่ยนผ่าน เพราะบ้านเราใช้เวลาเพียง 17 ปีเท่านั้น (ปี 2548 – 2565) สาเหตุเพราะคนไทยมีอัตราการเกิดน้อย คุมกำเนิดได้ดี และอายุคนยืนยาวขึ้น

“คลื่นสึนามิประชากรที่เป็นคลื่นลูกใหญ่ในขณะนี้ เป็นกลุ่มประชากรที่เกิดในช่วง 2506 – 2526 ซึ่งเป็นช่วงปีที่มีอัตราการเกิดมากกว่า 1ล้านคนต่อปี จึงจะส่งผลให้ใน 20 กว่าปีข้างหน้า ผู้สูงอายุจะเพิ่มจาก 12 ล้านคน เป็น 21 ล้านคน และผู้สูงอายุปลาย 80 ปีขึ้นไป จะเพิ่มจาก 1.4 ล้านคน เป็น 3.4 ล้านคน” ดร.ณปภัช กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุในไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาวะพึ่งพิง โดยเฉพาะความมั่นคงทางรายได้ที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก เนื่องจากงบประมาณเบี้ยยังชีพจากนโยบายต่าง ๆ เมื่อเฉลี่ยต่อหัวแล้วต่างกันมาก

อาทิ ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ 9.6 ล้านคน ใช้งบประมาณไป 8 หมื่นล้านบาท ผู้สูงอายุที่ได้รับบำเหน็จ 8 แสนกว่าคน ใช้งบประมาณไปมากถึง 3 แสนล้านบาท และกลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ 5.9 แสนคน ใช้งบประมาณเพียง 2 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังมีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยในระบบของภาครัฐเกินกว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุทั้งหมด

“สูงวัยที่เป็นธรรมและเท่าเทียม เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอยู่ในอุดมการณ์ของการออกแบบนโยบายที่รัฐควรจะทำ วันนี้มีการพูดถึงเเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ ต้องพยายามทำให้เบี้ยยังชีพความมั่นคงทางรายได้ให้เป็นสิทธิแทนการสงเคราะห์ ต้องทบทวนว่าให้แล้วดีต่อประชาชนอย่างไร”ดร.ณปภัช กล่าว

ปรับปรุงประกันสังคมรองรับสูงวัย

ด้านกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่าแนวทางของประกันสังคมในการช่วยเหลือผู้ประกันตน ลูกจ้างและนายจ้าง ในปี 2566 นั้น มี 3 ประเด็นหลักใหญ่ๆ คือ

1.เพิ่มสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้มีหลักประกันทางสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น และผู้ประกันตนสูงอายุได้รับโอกาสในการทำงานที่เหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน โดยการปรับปรุง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับที่ … พ.ศ. … เพื่อขยายความคุ้มครองให้กับผู้ประกันตนเพื่อรองรับผู้สูงอายุ แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ

รวมทั้งจะเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อาทิ ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงาน เพื่อการคลอดบุตร จากเดิมจ่าย 90 วัน เป็น 98 วัน เงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพ จากเดิมจ่าย ร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 กรณีสงเคราะห์บุตรให้ได้รับการคุ้มครองต่อไปอีก 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน และ ปรับปรุงเงื่อนไขในการสมัคร และกำหนดให้เงินเพิ่มของผู้ประกันตนมาตรา 39 เป็นต้น

2. ยกระดับการบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุก โดยปรับปรุงรายการสุขภาพ ได้แก่ ขยายช่วงอายุ เพิ่มความถี่ในการตรวจ เพิ่มรายการตรวจ สุขภาพ พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพรายบุคคล ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคเชิงรุก และการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

3. พัฒนาและเพิ่มช่องทางรับเงินสมทบ โดยจะมีการจ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเตรียมแผนรองรับสังคมสูงวัยอย่างต่อเนื่องมีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งสังคมสูงวัยไม่ใช่เพียงเรื่องของคนสูงวัย แต่เป็นเรื่องของคนทุกวัย โดยต้องสร้างความตระหนักในกลุ่มคนวัยทำงานถึงความสำคัญของการออมเงิน และการเตรียมตัวเองสู่การเป็นผู้สูงอายุและอยู่ในสังคมสูงวัย อีกทั้งสร้างทัศนคติใหม่ให้มองผู้สูงอายุเป็นทุนทางสังคมและเป็นผู้มีศักยภาพหากได้รับการส่งเสริมโอกาส