วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ประกาศ! ใช้ 'ผลประเมินมาตรฐาน CEFR' ยกระดับภาษาอังกฤษเด็กไทย

ประกาศ! ใช้ 'ผลประเมินมาตรฐาน CEFR' ยกระดับภาษาอังกฤษเด็กไทย

สพฐ. ประกาศแนวทางการนำผลการประเมินตามกรอบมาตรฐาน CEFR ไปใช้ในสถานศึกษา ยกระดับสมรรถนะภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารของเด็กไทย

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568 ตนได้ลงนามในประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง แนวทางการนำผลการประเมินตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นสากล (Common European Framework of Reference for Languages : CEFR) ไปใช้ในสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาที่จัดการศึกษาโดยใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551

สถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่จัดการศึกษาโดยใช้หลักสูตรสถานศึกษา ตามมาตรา 20 (4) และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 สถานศึกษาที่จัดการศึกษาโดยใช้หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) พ.ศ. 2568 สามารถนำผลการประเมินตามกรอบ CEFR ไปใช้วัดและประเมินผลความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมทั้ง นำผลการประเมินไปใช้ในการเทียบโอนความรู้ในระบบธนาคารหน่วยกิต ซึ่งในการเทียบโอนความรู้ ผู้เรียนจะต้องได้รับผลการทดสอบจากชุดข้อสอบที่เป็น Proficiency test โดยผลการประเมินตามกรอบมาตรฐาน CEFR มีระยะเวลาของการรับรองผลไม่เกิน 2 ปี นับจากวัน เดือน ปีที่ระบุในใบรับรองผลการประเมิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เสมา 1 ลงพื้นที่พะเยา เร่งฟื้นฟู เยียวยาโรงเรียนประสบอุทกภัย

กสศ.ชี้เป้าการลงทุน การศึกษาแก้ความยากจนข้ามรุ่น สร้างคนคุณภาพ

ยกระดับผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษ

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร โดยมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. 2557 ที่กำหนดให้ใช้กรอบมาตรฐาน CEFR เป็นกรอบความคิดหลักในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย ทั้งในการออกแบบหลักสูตร การพัฒนาการเรียนการสอน การทดสอบ การวัดผล การพัฒนาครู

รวมถึงการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร เป็นเครื่องมือเข้าถึงองค์ความรู้และก้าวทันโลก เป็นพื้นฐานการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ รวมถึงพัฒนาตนเองเพื่อนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว สพฐ.จึงออกประกาศนี้ เพื่อให้สถานศึกษามีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน 

ประกาศ! ใช้ 'ผลประเมินมาตรฐาน CEFR' ยกระดับภาษาอังกฤษเด็กไทย

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวด้วยว่า ประกาศ สพฐ. ฉบับนี้ มีแนวทางการพิจารณาแบบทดสอบตามกรอบมาตรฐาน CEFR โดยสถานศึกษาสามารถพิจารณาคุณสมบัติของแบบทดสอบ หรือ แบบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ ที่สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษาและความต้องการจำเป็นของผู้เรียน ดังนี้

1. แบบทดสอบหรือแบบวัดฯ มีผลคะแนน ระดับ หรือคำอธิบายความสามารถที่ได้รับการรับรองเทียบเคียงกับกรอบมาตรฐาน CEFR และต้องได้รับการรับรอง หรือ ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ (Validation) ตามกรอบมาตรฐานทางภาษาจากองค์กร หรือหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือระดับสากล หรือที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบวัดผลทางด้านภาษา หรือเทียบเท่า

2. แบบทดสอบหรือแบบวัดฯ จัดสอบได้ทั้งในรูปแบบกระดาษ (Paper-based Test) รูปแบบคอมพิวเตอร์ (Computer-based Test) หรือรูปแบบออนไลน์ (Internet-based Test) โดยจัดสอบที่ศูนย์สอบ หรือ หน่วยสอบมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง หรือ รูปแบบออนไลน์ ที่มีผู้ให้บริการทดสอบภาษารับรองแพลตฟอร์ม และมีระบบการยืนยันตัวตนของผู้สอบออนไลน์ และมีระบบการกำกับควบคุมการสอบแบบออนไลน์ (Remote Proctoring)

3. แบบทดสอบหรือแบบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ ต้องวัดระดับความสามารถที่แสดงให้เห็นถึงทักษะการฟัง การอ่าน ส่วนการวัดทักษะการเขียน ต้องเขียนหรือพิมพ์เพื่อบรรยายหรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามหัวข้อที่กำหนด ไม่ใช่การเลือกตอบแบบปรนัย หรือการเติมคำในช่องว่างของประโยคสั้น ๆ สำหรับการวัดทักษะการพูด ต้องพูดบรรยายภาพ สถานการณ์ หรือตอบคำถาม อธิบาย ตามหัวข้อที่กำหนด หรือสนทนากับบุคคลจริง หรือกับระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่การอ่านออกเสียงตามประโยคและข้อความ

4. แบบทดสอบหรือแบบวัดฯ ต้องมีคำอธิบายแบบทดสอบ ตัวอย่าง หรือรายละเอียดที่ผู้สอบสามารถดาวน์โหลดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้จากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการทดสอบภาษาโดยตรง หรือตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยผู้สอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบผลคะแนน ระดับ และคำอธิบายความสามารถทางภาษาของผู้สอบย้อนหลังได้.