กินดี-สุขภาพดี มาแรงหลังโควิด ดันไทยสู่เป้า "การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ"

กินดี-สุขภาพดี มาแรงหลังโควิด ดันไทยสู่เป้า "การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ"

"โควิด-19" ส่งผลให้ทั่วโลกเกิดการตื่นตัวในเรื่องสุขภาพและทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป จากที่เคยท่องเที่ยวพักผ่อนแบบธรรมดา เปลี่ยนเป็น "การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ" มากขึ้น รวมถึงใช้เวลาในแต่ละทริปยาวนานมากขึ้น

ผลการวิจัยเรื่อง The Global Wellness Economy: Looking Beyond Covid โดย Global Wellness Institute (GWI) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาคาดการณ์ว่า “เศรษฐกิจด้านสุขภาพ” จะขยายตัวเป็น 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2568 และประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ที่ได้รับการปักหมุดลงใน “ภูมิศาสตร์เวลเนส” (Geography Of Wellness) แพลตฟอร์มใหม่ของ GWI โดย 2 ประเทศแรก คือ สิงคโปร์ และ บราซิล

 

ประเทศไทยมีเป้าหมายสู่การเป็น “ศูนย์กลางทางการแพทย์” (Medical Hub) ด้วยศักยภาพในการส่งเสริมให้เป็นศูนย์รวมของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก โดยในปี 2563 ประเทศไทย ติดอันดับ 9 ในเศรษฐกิจเวลเนส แถบเอเชียแปซิฟิก และติดอันดับ 24 ของโลก

 

อีกทั้ง ยังได้รับการโหวตให้เป็นประเทศเป้าหมายที่คนอยากมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอันดับที่ 2 ของโลก รองจาก ออสเตรเลีย จากการจัดอันดับของ Wellness Tourism Initiative 2020 และคาดว่ามีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.9% ในระยะ 5 ปีหลังจากนี้ มีการประเมินว่า Wellness Tourism จะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2567 อีกทั้ง พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ใช้จ่ายต่อหัวมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่า 58%

 

กินดี สุขภาพดีมาแรง

 

“นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ” ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก กล่าวในงาน Health & Wellness Summit 2022 ณ อนันตรา ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพ รีสอร์ท โดยระบุว่า ปัจจุบัน กระแส การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพมากขึ้น โดยผู้ที่มารับบริการไม่ใช่แค่ผู้ป่วยเท่านั้น แต่เป็นนักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศการท่องเที่ยวและดูแลฟื้นฟูสุขภาพไปพร้อมๆ กัน โดยปัจจุบันหลังการระบาดโควิด-19 ภาพรวม Wellness ของบีดีเอ็มเอส มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 40% และไทย 60%

 

กินดี-สุขภาพดี มาแรงหลังโควิด ดันไทยสู่เป้า "การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ"

 

ผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบว่า หลายคนกลัวการไปโรงพยาบาล และทำให้ผู้คนใส่ใจในการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น เพราะอยากใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ มีความสุขในทุกๆ วัน ทำให้ Healthy Eating and Wellness Trend มาแรง เพราะหากกินดี อยู่ดี มีการพักผ่อนที่เพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ส่งผลให้ ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะ อาหารแพลนท์เบสด์ ไดเอท (Plant-based Diet) อาหารที่ทำจากพืชผักได้รับความนิยมมากขึ้น และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

ดันไทยสู่ Wellness Destination

 

ประเทศไทยจัดเป็นหนึ่งภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในทุกๆ ด้านที่มีศักยภาพตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างดี เพราะมีอาหารอุดมสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ด้านการแพทย์ทันสมัย และการบริการก็มีคุณภาพ คาดการณ์ว่าเมื่อการแพทย์สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ ผู้คนมั่นใจเริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย จะเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะให้บริการที่มีคุณภาพสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว ช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นเส้นทางให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพของโลกได้ในอนาคต

 

ล่าสุด บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จับมือ Minor Hotels ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรงแรมและการบริการ เปิดตัวคลินิก BDMS Wellness Clinic Retreat at Anantara Riverside Bangkok Resort ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคมยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวใหม่ของการเดินทาง และสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพ

 

กินดี-สุขภาพดี มาแรงหลังโควิด ดันไทยสู่เป้า "การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ"

 

นพ.ตนุพล กล่าวต่อไปว่า การร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ระหว่างองค์กร แต่เป็นภาพใหญ่ระดับประเทศที่ว่า ทั้งรัฐและเอกชนอยากให้มาร่วมด้วยช่วยกันผลักดันให้ไทยเป็น Wellness Destination of The World หากทำได้ จะสามารถขับเคลื่อนได้อีกหลายอย่าง เชื่อว่าสังคมในอนาคต ประชาชนทุกคน ทุกวัย จะต้องรักสุขภาพขึ้นเรื่อยๆ เพราะการป้องกันน่าจะดีกว่าการปล่อยให้ป่วย Wellness ไม่ใช่แค่มาตรวจสุขภาพ แต่สามารถทำได้ตั้งแต่นวดแผนไทย สมุนไพรไทย สปาไทย การออกกำลังกาย ไกด์ท้องถิ่น นำเที่ยวเชิงสุขภาพ ท่องเที่ยวธรรมชาติ การแพทย์ ฯลฯ

 

“การจะทำ Wellness Tourism ให้สมบูรณ์ต้องมีหลายภาคส่วน ประเทศต้องน่าเที่ยว อาหารต้องดี ความมีใจบริการซึ่งไทยอันดับต้นของโลก และการแพทย์สำคัญมาก เพราะหากทำแค่การท่องเที่ยว ไม่ทำการแพทย์ให้ดีเขาก็ไม่ประทับใจ หากเราตั้งหมุดหมาย รัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ท้องถิ่น ดึงจุดเด่นของแต่ละจังหวัด องค์ประกอบทั้งหมดเชื่อว่าจะสามารถผลักดันไปต่อได้”

 

ด้าน วิลเลียม อี. ไฮเน็ค ประธานกรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (Minor International Plc) บริษัทแม่ของ Minor Hotels กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ทั่วโลกเกิดการตื่นตัวในเรื่องสุขภาพและทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป จากที่เคยท่องเที่ยวพักผ่อนแบบธรรมดา เปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น รวมถึงใช้เวลาในแต่ละทริปยาวนานมากขึ้น 

 

ขณะเดียวกัน อนันตรา ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพ รีสอร์ท ถือเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว นักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อสูง และแนวโน้มการเติบโตที่รวดเร็ว ปัจจุบัน รองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 400 เตียง คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวใช้บริการ Wellness ราว 10-20% ของลูกค้าที่เข้าพัก เป้าหมายต่อไป คือ จ.ภูเก็ต เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และวางแผนจะขยายความร่วมมือกับ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ในประเทศอื่นๆ ต่อไป

 

กินดี-สุขภาพดี มาแรงหลังโควิด ดันไทยสู่เป้า "การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ"

 

สุขภาพดีอย่างยั่งยืนง่ายๆ

 

“ศ.นพ.จีรี ดโวชัค” ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารคลินิกสร้างเสริมและฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและกระดูก BDMS Wellness Clinic เผยเทคนิคดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนแบบง่ายๆ ใคร ๆ ก็ทำได้ รวมทั้งผู้สูงวัย ว่า ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เรื่องของอาหารการกินต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ได้สารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำตาล แป้งแปรรูป อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง โดยเฉพาะเรื่องของการออกกำลังกายซึ่งถือเป็นยาขนานสำคัญ ซึ่งล่าสุดมีงานวิจัยยืนยันแล้วว่าการออกกำลังกายช่วยในคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการกระตุ้นฮอร์โมนและเคมีในสมองระหว่างการออกกำลังกาย

 

สำหรับผู้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น การออกกำลังยิ่งเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากคนเราเมื่ออายุ 40 ปี ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปร้อยละ 8 ในทุก 10 ปี และเมื่ออายุ 70 ปีอัตราการสูญเสียกล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว การออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การที่หัวใจสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกายยังเป็นการบริหารหัวใจ ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง เพียงแค่บริหารเวลาให้ดี แบ่งเวลามาออกกำลังกาย 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นประจำ จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงได้ในระยะยาว