"ดีเอ็นทูที" ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ "ทนายธุรกิจชื่อดัง" ได้เข้าถือหุ้นในบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ROH) ในสัดส่วน 9.06%
KEY POINTS
- บริษัท ดีเอ็นทูที จำกัด ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ "ทนาธุรกิจชื่อดัง" ได้เข้าถือหุ้นในบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ROH) ในสัดส่วน 9.06%
- การเข้าถือหุ้นครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ ROH เพื่อสู้คดีชิงสิทธิในการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตันต่อไป แม้ว่ากองทรัสต์ GROREIT จะมีมติขายทรัพย์สินให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว
- หลังการปรากฏตัวของผู้ถือหุ้นใหม่ ROH ได้ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อรักษาสิทธิซื้อคืนโรงแรม ทำให้ดีลการขายโรงแรมมูลค่า 5,300 ล้านบาทที่ได้รับการอนุมัติแล้วเกิดความไม่แน่นอน
มหากาพย์ “ศึกชิง” โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา “โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส” ระหว่าง บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด จำกัด (มหาชน) หรือ ROH กับ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน GROREIT และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ (บลจ.วรรณ) มูลค่า 4,873 ล้านบาท ดูเหมือนจะจบแล้ว
สะท้อนภาพหลังจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพิทาลิตี้ (GROREIT) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 ได้อนุมัติให้จำหน่ายทรัพย์สินหลัก ให้แก่ “บริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด” ในราคา 5,300 ล้านบาท ภายใน 14 วันนับจากวันที่ได้รับมติอนุมัติจากผู้ถือหน่วย
และล่าสุด กองทรัสต์ได้รับ “เงินมัดจำ” มูลค่า 100 ล้านบาทในวันเดียวกัน จากบริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด ซึ่งมี “สุชาติ เจียรานุสสติ” นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เป็นผู้ถือหุ้น 99.99% โดยกำหนดชำระเงินและโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พ.ย.2569
เหมือนเส้นทางจะโรยด้วยกีบกุหลาบแล้ว ! ทว่ากลับมีสิ่งที่ซ่อนอยู่... หลังจาก ROH ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงการแก้ไขปัญหา “ผู้ถือหุ้นรายย่อย” (Free Float) เพื่อปลดเครื่องหมายเตือนเสี่ยงถูกเพิกถอนได้แบบวินาทีสุดท้าย ก็ดูเหมือนทุกจะเป็นไปตามวิถีปกติที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก้ไข
แต่การแก้ไขปัญหา Free Float ใน “ตลาดหุ้น” ครั้งนี้ อาจจะเป็นแค่เกมสับขาหลอกฉากหลัง หรือกลยุทธ์แก้เกมของ ROH ที่ซ่อนอยู่หรือไม่ ? เพราะหากย้อนกลับไปดูพบว่า เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานแบบการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของ ROH ในการเข้ามาถือหุ้น ROH ของ “บริษัท ดีเอ็นทูที จำกัด” (DN2T) จำนวน 110.42 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 9.06% โดยดำเนินการเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น DN2T จากข้อมูล Creden Data ณ วันที่ 30 เม.ย. 2569 พบชื่อ “นักกฎหมายธุรกิจชื่อดัง” ถือหุ้นอยู่ 0.01% หรือเพียง 1 หุ้น ส่วนอีก 99.99% อยู่ในมือผู้ถือหุ้นอีกสองราย
แม้ว่านักกฎหมายธุรกิจชื่อดังถือหุ้นในสัดส่วนน้อย แต่เขาเคยนั่งเป็นกรรมการบริษัทใหญ่ของไทย อีกทั้งเคยมีชื่อเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทการโอนหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง หรือ WEH ซึ่งศาลชั้นต้นอังกฤษมีคำพิพากษาในปี 2566 เกี่ยวกับค่าเสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท
แน่นอนว่า WEH กับ ROH เป็นคนละคดี แต่จังหวะที่ชื่อของนักกฎหมายรายนี้ปรากฏอยู่ในบริษัทที่ถือหุ้นใหญ่ ROH ท่ามกลางศึกฟ้องร้องเรื่องสิทธิโรงแรมหลาย “พันล้านบาท” ก็ช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน
ดังนั้น เรื่องที่ชวนทำให้ “ผู้คว่ำหวอด” แวดวงตลาดทุนไทยจับตาศึกนี้เพิ่มขึ้นคือ 4 พ.ย. 2569 ROH รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทยืนยันตนยังมีสิทธิซื้อคืนโรงแรม และเห็นว่ายังไม่มีกำหนดเวลาต้องส่งมอบทรัพย์สิน เนื่องจากข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล พร้อมประกาศจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด
ศึกนี่เรียกว่าเป็นหนังคนละม้วน เนื่องจากอีกฝ่ายมี “มติขายโรงแรม” ไปแล้ว 5,300 ล้านบาท แต่ ROH ยังยืนยันสิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ งานนี้จึงต้องจับตาว่าดีลขายจะเดินหน้าต่อได้อย่างไร และ “ผู้ซื้อรายใหม่” จะรับมอบโรงแรมได้เมื่อใด
และที่สำคัญ ROH ยังระบุว่า อนาคตการประกอบธุรกิจโรงแรมขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของศาล ขณะที่ ยังไม่สามารถกำหนดวันสิ้นสุดการรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงแรมได้ ส่วนแผนลงทุนใน “ธุรกิจใหม่” ก็ยังอยู่ระหว่างศึกษา
งานนี้ อาจจะต้องตามดูกันยาว ๆ ว่า เกมสับขาหลอกหลบฉากหน้ามาคุมฉากหลัง จะถูกนักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแลดำเนินการอย่างไร...
อีกทั้งเรื่องนี้ยังต้องรอคำตอบจากกระบวนการยุติธรรมอีกนาน แต่ที่แน่ ๆ เรื่องนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน !




