ดาวโจนส์ดิ่งลง 1,800 จุด ขณะที่แนสแด็ก เข้าสู่ภาวะปรับฐาน หลังหุ้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI ถูกเทขายอย่างหนัก เมื่อคืนที่ผ่านมา
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.69) ลบล้างการพุ่งขึ้นอย่างแรงจากการฟื้นตัวหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ เมื่อวันก่อน ขณะที่นักลงทุนเร่งลดการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี เนื่องจากกังวลว่าการขยายศูนย์ข้อมูลอาจชะลอตัวลง
ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ดิ่งลง 5.52% ปิดที่ 24,315.00 จุด ดัชนีที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูงเข้าสู่ภาวะปรับฐาน โดยลดลงมากกว่า 10% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อเดือนก่อน ดัชนี Nasdaq 100 ดิ่ง 6.4% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนี S&P 500 ร่วงลงแรง 4.36% ปิดที่ 7,353.73 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วง 1,833.06 จุด หรือ 3.44% ปิดที่ 51,523.06 จุด
ดาวโจนส์ กลับทิศลบล้างส่วนที่ปรับขึ้นเกือบทั้งหมดจากการพุ่งขึ้นอย่างมากหลังการเลือกตั้งเมื่อวันพุธ ดัชนีหลักทั้งสามตัวต่างทำสถิติวันที่ปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025
ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ร่วงลง 4.45% และเข้าสู่ภาวะปรับฐานเช่นกัน
- หวั่นเดโมแครตเบรกลงทุนโครงการศูนย์ข้อมูล
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิปและศูนย์ข้อมูล ปรับตัวลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน นักลงทุนกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตในทั้งสองสภา รวมถึงชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสำคัญ อาจทำให้การขยายศูนย์ข้อมูลชะลอตัวลง
ตัวอย่างเช่น วุฒิสมาชิกสายอิสระ เบอร์นี แซนเดอร์ส แห่งรัฐเวอร์มอนต์ ซึ่งร่วมกลุ่มกับพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้ประกาศพักการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลทั่วประเทศ ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อเย็นวันพุธ แซนเดอร์สเขียนว่า “ชาวอเมริกันไม่ต้องการให้กลุ่มผู้มีอำนาจผูกขาดในบิ๊กเทคทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายตำแหน่งงาน และคุกคามอนาคตของมนุษยชาติ”
หุ้นผู้ผลิตชิป Broadcom และ Nvidia ร่วงลง 10% และ 9% ตามลำดับในวันพฤหัสบดี ขณะที่หุ้นซอฟต์แวร์ Oracle ลดลงเกือบ 7% ส่วนหุ้นชิปอีกตัวอย่าง Qualcomm รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นลดลง 9% เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด
กองทุน iShares Semiconductor ETF (SOXX) ลดลงมากกว่า 12% ทำสถิติวันที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเดือนมีนาคม 2020
หุ้นบริษัทนีโอคลาวด์ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดย CoreWeave ร่วงเกือบ 10% ส่วน Nebius และ Iren ลดลงประมาณ 15% และเกือบ 17% ตามลำดับ ท่ามกลางความกังวลว่าอุตสาหกรรมนี้อาจเผชิญกระแสต่อต้าน หลังผลการเลือกตั้งในหลายรัฐ
- นักลงทุนรอความชัดเจนผลกระทบเลือกตั้งกลางเทอม
ทิม ฮอลแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Orion กล่าวว่า นักลงทุนกำลัง “ถอยออกไปจนกว่าจะเข้าใจผลกระทบของการเลือกตั้งกลางเทอมที่มีต่อวงจรการลงทุนด้าน AI โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดที่เรามีมาในรอบราว ๆ สามปีที่ผ่านมา”
เขาเสริมว่า “ประเด็นอยู่ที่น้ำเสียงและท่าทีของพรรคการเมืองที่ทำผลงานได้ดีมาก เรียกได้ว่าดีอย่างเหลือเชื่อ ทั้งในระดับรัฐบาลกลางและระดับรัฐ”
แรงขายในวันพฤหัสบดีรุนแรงจนลุกลามไปยังตลาดส่วนอื่น ๆ หุ้นอุตสาหกรรมรายใหญ่ Caterpillar ร่วง 6% ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินอย่าง JPMorgan ลดลง 4% ส่วนหุ้นอุตสาหกรรมการบิน Boeing และผู้ผลิตสินค้าเครื่องกีฬา Nike ถอยลง 2%
คีธ เลอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Truist Wealth กล่าวว่า “ต่างจากเมื่อวาน วันนี้เราเห็นชัดว่าแรงขายในหุ้นเทคโนโลยี ด้วยขนาดความรุนแรงที่เกิดขึ้น กำลังกระจายตัวเข้าสู่ตลาดในวงกว้างมากขึ้น ยางยืดกำลังถูกดึงให้ตึงขึ้นเรื่อย ๆ”
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่งพุ่งขึ้นมากกว่า 1,500 จุด ทำสถิติวันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 หลังจากพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างชัดเจนในการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ก็ปรับขึ้นมากกว่า 1% เช่นกัน โดยหุ้นที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจปรับตัวขึ้น แต่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังเผชิญแรงกดดันอยู่ตามเคย





