หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยร่วงยกแผง รับแรงกดดันจากความกังวลผลสำรวจการเมืองสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำ หวั่นหากครองเสียงข้างมากในสภาอาจนำไปสู่มาตรการคุมเข้มธุรกิจ Data Center โดยเฉพาะด้านการใช้พลังงาน กระทบ Sentiment หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โบรกแนะชะลอลงทุน รอความผันผวนคลี่คลาย พร้อมชู KCE เด่นกว่า DELTA จากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงยกแผง นำโดย CCET, DELTA, KCE และ HANA
- สาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อผลสำรวจในสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำ ซึ่งอาจนำไปสู่การควบคุมธุรกิจ Data Center ที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะด้านการใช้พลังงาน
- ความกังวลดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ในหลายตลาด รวมถึงสหรัฐฯ, เกาหลีใต้ และไทย
- โบรกเกอร์แนะนำให้นักลงทุนชะลอการเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไปก่อน เนื่องจากราคายังมีความผันผวนสูง และควรรอให้สถานการณ์คลี่คลาย
- สำหรับนักลงทุนที่ยังสนใจในกลุ่มนี้ มีคำแนะนำให้พิจารณาสลับการลงทุนจาก DELTA ไปยัง KCE ซึ่งมีแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 4 พ.ย.2569 หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปรับตัวลดลง นำโดย
หุ้น CCET ร่วง 3.90% ลดลง 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.40 บาท
หุ้น DELTA ร่วง 2.86% ลดลง 5.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 186.50 บาท
หุ้น KCE ร่วง 2.26% ลดลง 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 65.00 บาท
หุ้น HANA ร่วง 1.80% ลดลง 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 41.00 บาท
ทศวรรณ ธรรมสุข นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ หลังผลสำรวจความคิดเห็นในสหรัฐฯ พบว่า พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า หากพรรคเดโมแครตมีโอกาสครองเสียงข้างมากในสภา อาจนำไปสู่การออกมาตรการควบคุมธุรกิจ Data Center เพิ่มเติม โดยเฉพาะการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจดังกล่าว
ทั้งนี้ ความกังวลนี้กดดันบรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในตลาดสหรัฐฯ ตลาดหุ้นภูมิภาคอย่างเกาหลีใต้ รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้น DELTA, KCE และ HANA ที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับหุ้นรายตัว DELTA เป็นหุ้นที่ปรับตัวลงแรงที่สุดเมื่อเทียบกับ KCE และ HANA เนื่องจากมีปัจจัยลบสะสมมาก่อนหน้านี้ ประกอบกับนักลงทุนยังกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2569
ขณะที่ KCE มีความโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม และถูกเลือกเป็นหุ้น Top Pick เนื่องจากคาดว่าผลประกอบการจะออกมาดี โดยเฉพาะรายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ภาพการลงทุนในระยะถัดไปยังมีปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม โดยหากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาสหรัฐฯ อาจทำให้การอนุมัติงบประมาณด้านสงครามทำได้ยากขึ้น ซึ่งมีโอกาสช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์โลก
"หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายลง อาจส่งผลให้ Bond Yield และราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในระยะต่อไป"
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุน ชะลอการเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไปก่อน เนื่องจากราคาหุ้นยังมีความผันผวนสูง ควรรอให้สถานการณ์และแรงขายเริ่มคลี่คลายก่อน เพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนที่เหมาะสม
ทั้งนี้ หากนักลงทุนยังต้องการลงทุนในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำให้พิจารณาสลับการลงทุนจาก DELTA มาเป็น KCE ในระยะสั้น เนื่องจากมีแนวโน้มผลประกอบการและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่า โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้





