วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ADVANC กำไร Q3/69 แกร่ง โต 12% แตะ 1.35 หมื่นล้าน เร่งลงทุน 3.5 หมื่นล้าน ขยายโครงข่ายรับดีมานด์ 5G

ADVANC โชว์กำไรไตรมาส 3/2569 ที่ 13,504 ล้านบาท เติบโต 12.17% จากปีก่อน รับแรงหนุนธุรกิจหลักขยายตัว พร้อมเดินหน้าลงทุน 30,000-35,000 ล้านบาทในปีนี้ มุ่งขยายศักยภาพโครงข่ายมือถือ เพิ่มความครอบคลุมและรองรับการใช้งาน 5G และดาต้าที่เติบโตต่อเนื่อง

KEY POINTS

  • ADVANC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 ที่ 13,504.27 ล้านบาท เติบโต 12.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของธุรกิจหลักและภาระค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ลดลง
  • บริษัทวางงบลงทุน (CAPEX) สำหรับปี 2569 ไว้ที่ 30,000-35,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรักษาความแข็งแกร่งของโครงข่าย
  • เม็ดเงินลงทุนจะเน้นไปที่การขยายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งการเพิ่มความจุและพื้นที่ให้บริการ เพื่อรองรับการเติบโตของ 5G และปริมาณการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 13,504.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไร 12,038.86 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจหลัก ประกอบกับภาระค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์สิทธิการใช้ที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิลดลง 1.5% จากภาระค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงข่าย
 

ด้านอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 23.3% เพิ่มขึ้นจาก 22.1% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการรักษาผลกำไรท่ามกลางการลงทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
 

ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 58,061 ล้านบาท ขยายตัว 6.8% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจต่าง ๆ และความต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตและการเชื่อมต่อข้อมูลที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้จากความร่วมมือกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จะลดลง หลังสิ้นสุดสัญญาเชื่อมต่อโครงข่าย 2100 MHz ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รายได้เพิ่มขึ้น 2.8% จากยอดจำหน่ายอุปกรณ์ที่เติบโตดี

ธุรกิจหลักยังขยายตัว รับดีมานด์ดาต้า

เมื่อพิจารณารายได้จากการให้บริการหลัก ซึ่งไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและรายได้จากพันธมิตร NT อยู่ที่ 45,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตและบริการเชื่อมต่อข้อมูลที่เพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน ส่วนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนรายได้ทรงตัว เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง โดยธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังทำผลงานได้ดีและช่วยประคองรายได้ของธุรกิจส่วนอื่น

สำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่สร้างรายได้ 34,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อน จากปริมาณการใช้งานดาต้าที่สูงขึ้นและการผลักดันแพ็กเกจ 5G อย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนทรงตัว แม้มีปัจจัยฤดูกาลเข้ามากระทบ โดยจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ยังอยู่ในระดับทรงตัว จากการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การนำเสนอบริการเสริม และแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีรายได้ 8,638 ล้านบาท เติบโต 5.5% จากปีก่อน จากการเพิ่มจำนวนลูกค้าและกลยุทธ์ยกระดับมูลค่าการใช้บริการ ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อน หลังฐานผู้ใช้บริการขยายตัวต่อเนื่อง จากการเร่งทำกิจกรรมทางการตลาดภายหลังความคืบหน้าของกระบวนการควบรวมธุรกิจในไตรมาสก่อน แม้ยังมีแรงกดดันจากปัจจัยตามฤดูกาล

ในส่วนของความสามารถในการทำกำไร กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน ตามการเติบโตของรายได้และต้นทุนโครงข่ายที่ลดลงจากภาระต้นทุนคลื่นความถี่ที่ปรับตัวลง ส่วนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนกำไรขั้นต้นทรงตัว โดยมีต้นทุนจากการลงทุนขยายโครงข่ายเข้ามาชดเชยการเติบโตของรายได้

ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 32,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน จากรายได้ธุรกิจหลักที่ขยายตัวและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่วนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม แม้มีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)

อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 56.6% ลดลงจาก 57.8% ในไตรมาส 3/2568 เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์เพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจบริการ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจบริการ อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 69.3% สูงขึ้นจาก 68.2% ในปีก่อน

คงเป้ารายได้โต 3-5% EBITDA โต 2-4%

สำหรับแนวโน้มปี 2569 ADVANC ยังคงประมาณการรายได้จากการให้บริการหลักเติบโตในกรอบ 3-5% โดยมองว่าเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขยายตัวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังประเมินสถานการณ์อย่างระมัดระวัง จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และภาวะเศรษฐกิจที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาช่วยสนับสนุนในระยะสั้น

ส่วน EBITDA ตั้งเป้าเติบโตประมาณ 2-4% ตามทิศทางรายได้และการบริหารต้นทุน โดยผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเติบโต 4.5% ถือว่าสูงกว่ากรอบประมาณการทั้งปีที่บริษัทวางไว้ สะท้อนผลจากการบริหารธุรกิจและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี บริษัทจะยังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการใช้งานในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

ทุ่มงบลงทุน 3-3.5 หมื่นล้านบาท เสริมแกร่งโครงข่าย 5G

ในปี 2569 ADVANC วางงบลงทุน (CAPEX) ไว้ที่ 30,000-35,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรักษาความแข็งแกร่งของโครงข่าย รองรับปริมาณการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสริมศักยภาพการให้บริการในระยะยาว

เม็ดเงินลงทุนส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจะเน้นไปที่โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก ทั้งการเพิ่มความจุของระบบและขยายพื้นที่ให้บริการ เพื่อรองรับการเติบโตของ 5G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยบริษัทยังคงปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริงและสถานการณ์เศรษฐกิจ

ADVANC มองว่าการพัฒนาโครงข่ายให้มีคุณภาพและครอบคลุมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้า รวมถึงเปิดโอกาสในการเพิ่ม ARPU ในอนาคต จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงควบคุมงบประมาณอย่างรอบคอบและยืดหยุ่นตามสภาพตลาด

เร่งต่อยอดธุรกิจสู่ Intelligent Infrastructure

บริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 ยังคงเป็นไปตามทิศทางที่วางไว้ โดยมุ่งรักษาฐานลูกค้าและพัฒนาคุณภาพบริการ ควบคู่กับการต่อยอดยุทธศาสตร์สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจมือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน ไปจนถึงโซลูชันดิจิทัลสำหรับองค์กรและบริการไลฟ์สไตล์

ในส่วนของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ สิ้นไตรมาส 3 มีผู้ใช้บริการรวม 47.2 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นสุทธิ 52,800 เลขหมายจากไตรมาสก่อน โดยกลุ่มลูกค้ารายเดือน (Postpaid) เพิ่มขึ้น 159,500 เลขหมาย สะท้อนการให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าที่มีคุณภาพและการขยายฐานผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตนก่อนเปิดใช้งานเลขหมาย เพื่อป้องกันการนำหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้ในกิจกรรมทุจริตและอาชญากรรมออนไลน์

ด้านโครงข่าย บริษัทเดินหน้าขยายบริการ AIS 5G-ADVANCED ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครครบ 100% พร้อมขยายบริการไปยังพื้นที่อำเภอเมืองทั้ง 77 จังหวัด โดยนำเทคโนโลยี AI มาทำงานร่วมกับการรวมคลื่นความถี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล ส่งผลให้ความเร็วดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.5 เท่า และอัปโหลดเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า รองรับการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูง ทั้งการประยุกต์ใช้ AI การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการถ่ายทอดสด

สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 มีฐานลูกค้ารวม 5.4 ล้านราย เพิ่มขึ้น 45,500 รายจากไตรมาส 2/2569 โดยบริษัทเน้นนำเสนอแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ทั้งด้านราคาและการใช้งาน พร้อมพัฒนาบริการ Smart Living และแพ็กเกจที่รวมอินเทอร์เน็ตเข้ากับความบันเทิง เช่น PLAY ALL เพื่อเพิ่มมูลค่าให้บริการและขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า

ขณะที่ธุรกิจลูกค้าองค์กรได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้บริการเชื่อมต่อข้อมูล ระบบคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากองค์กรธุรกิจและผู้ให้บริการต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย บริษัทจึงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ AI Transformation ของภาคธุรกิจ รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในประเทศ

ส่วนธุรกิจค้าปลีกทำรายได้เติบโต 16% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากความต้องการสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่ยังแข็งแกร่ง ทั้ง iPhone 18 Series และสมาร์ตโฟน Android รุ่นระดับบน โดยบริษัทใช้จุดแข็งด้านการให้คำปรึกษาของทีม AIS PRO และการนำเสนอสินค้าให้หลากหลายผ่านช่องทาง Omnichannel พร้อมบริการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับ CLICX เพิ่มทางเลือกด้านสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้ออุปกรณ์ดิจิทัล

ธุรกิจความบันเทิงยังคงขยาย Content Ecosystem ให้ครอบคลุมความสนใจของผู้บริโภค โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสการแข่งขันกีฬาในช่วงเอเชียนเกมส์ ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL ที่รวบรวมรายการกีฬาหลากหลาย อาทิ ฟุตบอลบุนเดสลีกา NBA, NFL, ATP, LPGA และ Premier Sports รวมถึงแพ็กเกจ PLAY PREMIUM PLUS ที่นำเสนอคอนเทนต์จากแพลตฟอร์ม OTT ชั้นนำ

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับ UC3 ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรายการของ UEFA ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี และขยายคอนเทนต์ซีรีส์แนวตั้งจาก ReelShort และ DramaBox มานำเสนอควบคู่กับบริการอินเทอร์เน็ต เพื่อเพิ่มความหลากหลายของคอนเทนต์และสร้างโอกาสในการเข้าถึงผู้ชม

ด้านธุรกิจการเงินดิจิทัล บริษัทใช้แนวทางเชื่อมโยงบริการภายใน Ecosystem ระหว่าง AIS, CLICX และพันธมิตร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและแคมเปญที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค อาทิ การจองสมาร์ตโฟน การชำระค่าบริการ และการเติมเงิน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการเงินและอุปกรณ์ดิจิทัล

ทั้งนี้ ADVANC ยืนยันเดินหน้าลงทุนตามกรอบงบประมาณที่กำหนด โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่าย 5G อินเทอร์เน็ตบ้าน และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจและผู้บริโภค พร้อมวางรากฐานการเติบโตของบริษัทควบคู่กับการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะยาว