วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

โบรกเตือนหุ้นไทยรับแรงกดดันรอบด้าน น้ำมันร่วง-เลือกตั้งสหรัฐฯ จ่อเขย่าตลาด เงินไหลเข้าบอนด์

นักวิเคราะห์ชี้ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงแรง ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เพิ่มความไม่แน่นอนต่อตลาดโลก กระตุ้นแรงโยกย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่พันธบัตร จับตาแรงขายหุ้นพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์กดดัน SET ต่อเนื่อง

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน
  • การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยความไม่แน่นอนที่สำคัญ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความผันผวนและเขย่าตลาดการลงทุน
  • นักลงทุนมีแนวโน้มโยกย้ายเงินทุนออกจากตลาดหุ้น (สินทรัพย์เสี่ยง) เข้าสู่ตลาดพันธบัตร (สินทรัพย์ปลอดภัย) ท่ามกลางภาวะ Risk-off
  • แรงขายในหุ้นกลุ่มน้ำมันและอิเล็กทรอนิกส์อาจกดดันให้ดัชนี SET ปรับตัวลงทดสอบหรือหลุดระดับ 1,500 จุดได้

ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ท่ามกลางความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลกยังอยู่ในภาวะเปราะบาง นักลงทุนมีแนวโน้มโยกย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงขายต่อเนื่องในระยะสั้น

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรงในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวบริเวณ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ตลาดจะตอบรับข่าวสหรัฐฯ และอิหร่านมีความพร้อมเจรจาสันติภาพ หลังประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่ารัฐบาลได้รับอำนาจเพิ่มเติมจากผู้นำสูงสุดในการเจรจา ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการเจรจามีความคืบหน้า
 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ตลาดกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะ Risk-off โดยนักลงทุนทยอยลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะพันธบัตรอย่างต่อเนื่อง

สำหรับตลาดหุ้นไทย ประเมินว่า SET Index มีโอกาสถูกกดดันตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด จากแรงขายหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ (Oil & Gas) ที่อาจปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบ ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศยังไม่ฟื้นตัว โดยดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ ในคืนที่ผ่านมา รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียเหนือในช่วงเช้า ปรับตัวลดลงราว 1-2.5% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย

ปัจจัยดังกล่าวมีโอกาสกดดันให้ดัชนี SET ลงไปทดสอบหรือหลุดระดับ 1,500 จุดได้ เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่อาจได้รับความสนใจจากแรงเก็งกำไรสวนตลาด ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า SPP เช่น BGRIM และ GPSC ซึ่งมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ รวมถึงทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ยังเป็นขาลงในระยะสั้น

ด้านกลยุทธ์การลงทุน ทรีนีตี้ยังคาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสเคลื่อนย้ายจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดพันธบัตร (Rotation) ต่อเนื่อง อย่างน้อยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนรออยู่ โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ด้วยมุมมองการลงทุนที่ยังเน้นความระมัดระวัง (Conservative) จึงแนะนำให้นักลงทุน คงน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไว้ที่ระดับเดิม และรอจนกว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากตราบใดที่บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังเป็นลบ ปัจจัยด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) อาจยังไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการประเมินระดับ Downside ของดัชนี SET ในช่วงนี้

สำหรับหุ้นแนะนำประจำเดือนพฤศจิกายน นี้ ได้แก่ BTG, TFG, AWC, ERW, CRC, COM7, EGCO, 3BBIF, BDMS และ BH