วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP ย้ำหุ้นถูกอายัดโยงผู้ถือหุ้น ไม่กระทบธุรกิจบริษัท ยันเดินหน้าคุมความเสี่ยง-รักษาสิทธิผู้ลงทุน

BCP แจงกรณีอายัดหุ้นบางส่วนโยงคดีฟอกเงินข้ามชาติ ย้ำเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง ไม่กระทบการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานบริษัท พร้อมเดินหน้าคุมความเสี่ยงและยกระดับธรรมาภิบาล ขณะที่ข้อพิพาทเกี่ยวกับการแก้ไขคุณสมบัติกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

KEY POINTS

  • บางจาก (BCP) ชี้แจงว่าการอายัดหุ้นบางส่วนของบริษัทฯ เป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายหนึ่งในคดีฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สิน การดำเนินธุรกิจ และการบริหารงานของบริษัทฯ
  • บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการควบคุมความเสี่ยง โดยกรรมการที่เป็นผู้แทนของผู้ถือหุ้นรายดังกล่าว ไม่ได้เข้าร่วมประชุมและไม่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ นับตั้งแต่หุ้นถูกอายัด
  • บริษัทฯ ได้พยายามเสนอแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับคุณสมบัติกรรมการเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้รับอนุมัติตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในการประชุมผู้ถือหุ้น และปัจจุบันประเด็นนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
  • BCP ยืนยันว่าจะบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเพื่อคุ้มครองและรักษาสิทธิประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ลงทุน

ฝ่ายบริหารภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ชี้แจงว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอย้ำว่า การอายัดหุ้นบางส่วนของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เป็นมาตรการของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายนั้น โดยเป็นการดำเนินการกับหุ้นที่เครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติถือครอง แยกจากทรัพย์สิน การดำเนินธุรกิจ และการบริหารงานของบริษัทฯ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ทั้งนี้ หุ้นที่ถูกอายัดยังคงอยู่ภายใต้การอายัดและการดูแลของ ปปง. สำหรับหุ้นที่เหลือของบริษัทฯ ไม่ปรากฏว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ถูกกล่าวหา
 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณามาตรการที่จำเป็น สำหรับกรรมการผู้แทนของผู้ถือหุ้นรายดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนร่วมในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และไม่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ณ สำนักงานบริษัทฯ นับตั้งแต่หุ้นถูกอายัด และแม้ยังคงมีสถานะเป็นกรรมการเนื่องจากยังไม่ขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ตามที่บริษัทฯ ได้สื่อสารไปก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เสนอแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับคุณสมบัติกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล ระงับความเสียหาย ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มเติม และสร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงิน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ โดยวาระดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าสองในสาม แต่ไม่ถึงเกณฑ์สามในสี่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ได้รับอนุมัติ

ทั้งนี้ มีการฟ้องโต้แย้งในประเด็นดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยบริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักการกำกับดูแลกิจการ และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการคุ้มครองประโยชน์และรักษาสิทธิของบริษัทฯ และผู้ลงทุนในระยะยาว