ROH ลุยฟ้องกลับ GROREIT-บลจ.วรรณ สกัดขายโรงแรมเชอราตัน 5,300 ล้านบาท ยืนยันสิทธิ์ซื้อคืนตามสัญญา พร้อมสกัดมติขายสินทรัพย์ ประชุมผู้ถือหน่วย 28 ต.ค. นี้
KEY POINTS
- โรงแรมรอยัล ออคิด (ROH) ยื่นฟ้องกองทรัสต์ GROREIT และ บลจ.วรรณ เพื่อยืนยันสิทธิ์ตามสัญญาในการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
- ข้อพิพาทเกิดจาก บลจ.วรรณ อ้างว่าสิทธิ์ซื้อคืนของ ROH สิ้นสุดแล้ว และได้เรียกประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์เพื่อพิจารณาขายทรัพย์สินให้บุคคลอื่น
- การฟ้องร้องของ ROH มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นมติที่ประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 28 ต.ค. ที่จะอนุมัติการขายทรัพย์สินดังกล่าว
โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
(ROH) แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เรื่องแจ้งข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิซื้อคืนของบริษัท ต่อทรัพย์สินพิพาทของโครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส
ตามที่บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ได้เข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายตลอดจนสัญญาและข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ฐานะทรัสตีของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลง ("กองทรัสต์ๆ") ซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาเกี่ยวกับการซื้อคืนทรัพย์สินของโครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ("ทรัพย์สินพิพาท") นั้น
บริษัทฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในการซื้อคืนทรัพย์สินพิพาทของบริษัทฯ ตามสัญญาจะซื้อจะขาย ตลอดจนสัญญาและข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องว่า บริษัทฯ ยังคงมีสิทธิในการชื่อคืนทรัพย์สินพิพาทตามข้อกำหนดและเงื่อนไขแห่งสัญญาที่เกี่ยวข้อง และมีความประสงค์ที่จะดำเนินการซื้อคืนให้สำเร็จลุล่วงตามข้อตกลงดังกล่าว
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้แสดงเจตนาอย่างชัดแจ้งและต่อเนื่องในการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินพิพาท พร้อมทั้งได้ดำเนินการและติดต่อประสานงานเพื่อให้การซื้อคืนเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้
แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ("บลจ. วรรณ") ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์กลับได้มีหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยระบุว่า สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินพิพาทของบริษัทฯ สิ้นสุดลงแล้ว
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 บลจ. วรรณยังได้ดำเนินการเพื่อเรียกประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์
ของกองทรัสต์เพื่อพิจารณาอนุมัติแนวทางการจำหน่ายทรัพย์สินพิพาทด้วยวิธีการอื่นนอกเหนือจากการให้บริษัทฯใช้สิทธิซื้อคืน อาทิ การจำหน่ายทรัพย์สินหลักให้แก่บริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด ในราคา 5,300 ล้านบาท หรือการจำหน่ายโดยวิธีเปิดประมูล ทั้งๆ ที่ทราบดีว่า บริษัทฯ ยังคงยืนยันสิทธิชื่อคืนทรัพย์สินพิพาทตามสัญญาและ
ประสงค์ที่จะดำเนินการซื้อคืนทรัพย์สินพิพาท โดยการประชุมของผู้ถือหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์จะจัดให้มีขึ้นในวันที่28 ตุลาคม 2569 นี้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 บลจ. วรรณ ยังได้ออกข่าวว่าได้ยื่นฟ้องบริษัทฯ ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ1837/2569 ในข้อหาผิดสัญญาและละเมิด ซึ่งบริษัทฯ ยังไม่ได้รับสำเนาคำฟ้อง จึงยัง ไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี บริษัทฯ พร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อยืนยันสิทธิซื้อคืนของบริษัทฯ ตามสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุด โดยจะได้นำสืบให้ศาลเห็นถึงพฤติการณ์ในการปฏิบัติตามสัญญาโดยสุจริตของบริษัทฯ อย่างรอบด้าน
โดยในวันนี้ บริษัทฯ ได้ยื่นฟ้องกองทรัสต์และบลจ. วรรณ ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เพื่อให้เกิดความชัดเจน บริษัทฯ ถือว่า บลจ. วรรณ รวมทั้งบุคคล และ/หรือนิติบุคคลใดๆ ที่จะดำเนินการเป็นผู้ขายหรือผู้ซื้อทรัพย์สินพิพาทในการประชุมของผู้ถือหน่วยทรัสต์ของกองทรัสตในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หรือในโอกาสอื่นใดได้ทราบเป็นอย่างดีแล้วว่า บริษัทฯ เป็นผู้มีสิทธิซื้อคืนทรัพย์สินพิพาทตามสัญญาและประสงค์ที่จะดำเนินการซื้อคืนทรัพย์สินพิพาท การเข้าทำนิติกรรมเพื่อซื้อขายทรัพย์สินพิพาทจะทำให้บริษัทฯ เสียเปรียบ
ถือเป็นการกระทำไม่สจริต และบริษัทฯ จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายทรัพย์สินพิพาทที่ทำขึ้นด้วย
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ มิได้ประสงค์ที่จะทำให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้รับความเสียหาย แต่บริษัทฯ
มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สิทธิต่อสู้คดีและดำเนินคดีทางศาล เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาและบทบัญญัติของกฎหมายโดยสุจริต เพื่อเป็นการรักษาสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยสุจริต ก็ย่อมจะร่วมกันหาทางระงับข้อพิพาทนี้ได้ โดยผู้ถือหน่วยทรัสต์ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ





