วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยปิดร่วง 4.01 จุด DELTA กดดันตลาด นักลงทุนชะลอซื้อรอดูงบ

ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.01 จุด แตะ 1,575.02 จุด ถูกแรงกดดันจากหุ้น DELTA ที่ร่วง 2.49% ขณะที่นักลงทุนชะลอซื้อเพื่อรอติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,575.02 จุด ลดลง 4.01 จุด หรือ 0.25%
  • หุ้น DELTA เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาด โดยราคาปิดลดลง 2.49% และมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
  • นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวในแดนลบ

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (27 ต.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,575.02 จุด ร่วง 4.01 จุด หรือ 0.25% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,586.61 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,572.19 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 67,040.05 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. DELTA ราคาปิด 235.00 บาท ลดลง 6.00 บาท หรือ 2.49% มูลค่าการซื้อขาย 4,199.57 ล้านบาท

2. PTTEP ราคาปิด 166.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 2.78% มูลค่าการซื้อขาย 3,300.50 ล้านบาท

3. KTB ราคาปิด 44.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 2,587.06 ล้านบาท

4. KBANK ราคาปิด 245.00 บาท  เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.41% มูลค่าการซื้อขาย 2,557.44 ล้านบาท

5. SCB ราคาปิด 153.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.66% มูลค่าการซื้อขาย 2,509.06 ล้านบาท
 

หุ้นไทยปิดร่วง 4.01 จุด DELTA กดดันตลาด นักลงทุนชะลอซื้อรอดูงบ

ภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์ ก่อนปิดตลาดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยหุ้น DELTA เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความผันผวนของดัชนีระหว่างวัน
 

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในช่วงประกาศงบ แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อหุ้นล่วงหน้า แม้ตลาดคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะออกมาดี เพราะยังมีความเสี่ยงที่กำไรจริงจะต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะ Margin ที่อาจถูกกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามปัญหาห่วงโซ่อุปทาน แม้รายได้ของบริษัทจะยังไม่น่ากังวลมากนัก

ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และธนาคาร ขณะเดียวกันเริ่มกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มพาณิชย์และโรงพยาบาล ซึ่งมีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้า โดยหุ้นกลุ่มพาณิชย์ที่ตลาดติดตาม ได้แก่ CRC และ BJC ซึ่งคาดว่าผลประกอบการจะออกมาตามที่ตลาดประเมินไว้

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ทำให้ต้องจับตาสัญญาณจาก Fed ว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่

ส่วนปัจจัยในประเทศยังเน้นติดตามผลประกอบการรายบริษัท โดยเฉพาะ DELTA ซึ่งจะมีการประชุมนักวิเคราะห์หลังประกาศงบ เพื่อให้ข้อมูลแนวโน้มธุรกิจในไตรมาสถัดไป ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาหุ้นผันผวนได้ ขณะที่บริษัทจดทะเบียนกลุ่มอื่นจะทยอยประกาศผลประกอบการอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า