วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ตร.สอบสวนกลาง-ก.ล.ต.-ปปง.’ลากไส้ เครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โยงลงทุน ผ่านบจ.ไทย 1.6หมื่นล้าน

เปิดเส้นทางเงินจากขบวนการหลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โยกผ่านบัญชีธนาคารในและต่างประเทศ ก่อนนำเงินกลับมาลงทุนหุ้นไทยผ่านกองทุนสิงคโปร์ พบหุ้นที่เกี่ยวข้องถูกอายัดกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท จากยอดยึดทรัพย์รวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

KEY POINTS

  • 3 หน่วยงาน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), ก.ล.ต.และปปง.ร่วมทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งนำเงินที่ได้จากขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ แก๊งฟอกเงิน
  • มีการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
  • ในจำนวนนี้เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยมูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาท
  • ก.ล.ต. พบการกระทำผิดกรณีเข้าถือครองหุ้น VGI ผ่านกองทุนต่างประเทศรวมกันเกิน 25%
  • เข้าข่ายผิด ไม่รายงานการได้มาและไม่ทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดตามกฎหมาย

ล่าสุดตำรวจสอบสวนกลาง(CIB)ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ 

หลังพบเส้นทางเงินจากขบวนการหลอกลวงลงทุนผ่านออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารทั้งในและต่างประเทศ ก่อนนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุนต่างประเทศ พร้อมขยายผลดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องและยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท 

โดย “กรุงเทพธุรกิจ” สรุปสาระสำคัญของการแถลงข่าวครั้งนี้ มีรายละเอียดดังนี้ 

สรุปประเด็นสำคัญจากการแถลงข่าว ตร.-ก.ล.ต.-ปปง.

1. 3หน่วยงาน ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB)ก.ล.ต. และ ปปง. ขยายผลคดีหลอกลวงนักลงทุนต่างชาติและคดีแก๊ง Call Center

  • พบความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้กระทำผิดและผู้บริหารเครือข่ายเดียวกัน
  • การสืบสวนขยายผลนำไปสู่การออกหมายจับ ตรวจค้น และยึดอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก

2.พบความผิดมูลฐาน 2 คดี ได้แก่ การฉ้อโกงนักธุรกิจต่างชาติ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากแก๊งสแกมเมอร์

  • เปิดเส้นทางเงินข้ามชาติ พบเงินถูกโอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาหรือธนาคารในกัมพูชา และใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังกองทุนในสิงคโปร์ ก่อนนำกลับมาซื้อหุ้นไทย
  • พบโครงสร้างเครือข่าย 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวางแผนลงทุน กลุ่มจัดหาเงินทุน กลุ่มนอมินี และกลุ่มประสานงานลงทุนในตลาดทุน
  • ผู้ต้องหา 7 ราย แบ่งเป็นผู้ถูกออกหมายจับ 6 ราย และผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 1 ราย
  • ตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ยึดพยานหลักฐาน 6 รายการ เช่น เอกสารกองทุน สัญญากู้ยืมเงิน และเอกสารการถือหุ้น
  • นายณัฐกร อดีตกรรมการบริษัท เข้าพบพนักงานสอบสวน ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่รับข้อเท็จจริงบางส่วนเกี่ยวกับการเข้าบริหารและการเป็นกรรมการ

3.ปปง. ชี้ยึดทรัพย์รวมกว่า 26,000 ล้านบาท จากคำสั่ง 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2567

  • ในจำนวนนี้เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท โดยเกี่ยวข้องกับหุ้น BCP, VGI และ MFC
  • แยกสำนวนทรัพย์สินเป็น 2 สำนวน ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการในศาลแพ่ง
  • เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อกำหนดกลุ่มผู้เสียหาย เปิดให้ยื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองสิทธิ
  • ผู้เสียหายไม่ต้องรอคดีอาญาถึงที่สุด กระบวนการทางแพ่งสามารถดำเนินการควบคู่กัน เพื่อให้ศาลพิจารณาเฉลี่ยทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหาย

4. ก.ล.ต.พบ เครือข่ายฟอกเงินลงทุนผ่านบจ.ไทยขนาดใหญ่ 

  • ตรวจพบการถือหุ้น VGI ผ่านกองทุนต่างประเทศ 3 กลุ่ม จากการเพิ่มทุนแบบ Private Placement(PP) รวม 5,900 ล้านหุ้น มูลค่า 8,850 ล้านบาท
  • พบความเชื่อมโยงของผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง(UBO)โดยข้อมูลที่แถลงระบุว่า CAI Optimum Fund มี UBO คือ นายยิม ส่วน OPUS Charter Insurance คือ นางสาวแคทรียา และ Thai IR คือ นางสาวสุภารัตน์ โดยมีนายเบนอยู่เบื้องหลังการวางแผนและสั่งการ
  • ถือหุ้นรวมเกิน 25% ของสิทธิออกเสียง VGI แต่ไม่รายงานการได้มาในฐานะผู้กระทำการร่วมกัน และไม่ทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของกิจการ
  • เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 246 และ 247 รวมถึงมาตรา 281/10
  • ยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด การอายัดเป็นการอายัดหุ้นเฉพาะส่วนที่ผู้เกี่ยวข้องถือครอง บริษัทและการดำเนินธุรกิจยังเป็นไปตามปกติ
  • เตรียมยกระดับมาตรการตรวจสอบลูกค้าและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง KYC/CDD)ร่วมกับตัวกลางในตลาดทุน
  • ก.ล.ต.ชี้ เงินเพิ่มทุน VGI หุ้นที่เกี่ยวข้องถูกอายัดเฉพาะส่วนที่ผู้ถือหุ้นซึ่งถูกกล่าวหาถือครอง ส่วนเงินที่บริษัทได้รับจากการเพิ่มทุนยังใช้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ