เปิดเส้นทางเงินจากขบวนการหลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โยกผ่านบัญชีธนาคารในและต่างประเทศ ก่อนนำเงินกลับมาลงทุนหุ้นไทยผ่านกองทุนสิงคโปร์ พบหุ้นที่เกี่ยวข้องถูกอายัดกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท จากยอดยึดทรัพย์รวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
KEY POINTS
- 3 หน่วยงาน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), ก.ล.ต.และปปง.ร่วมทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งนำเงินที่ได้จากขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ แก๊งฟอกเงิน
- มีการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
- ในจำนวนนี้เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยมูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาท
- ก.ล.ต. พบการกระทำผิดกรณีเข้าถือครองหุ้น VGI ผ่านกองทุนต่างประเทศรวมกันเกิน 25%
- เข้าข่ายผิด ไม่รายงานการได้มาและไม่ทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดตามกฎหมาย
ล่าสุดตำรวจสอบสวนกลาง(CIB)ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
หลังพบเส้นทางเงินจากขบวนการหลอกลวงลงทุนผ่านออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารทั้งในและต่างประเทศ ก่อนนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุนต่างประเทศ พร้อมขยายผลดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องและยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
โดย “กรุงเทพธุรกิจ” สรุปสาระสำคัญของการแถลงข่าวครั้งนี้ มีรายละเอียดดังนี้
สรุปประเด็นสำคัญจากการแถลงข่าว ตร.-ก.ล.ต.-ปปง.
1. 3หน่วยงาน ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB)ก.ล.ต. และ ปปง. ขยายผลคดีหลอกลวงนักลงทุนต่างชาติและคดีแก๊ง Call Center
- พบความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้กระทำผิดและผู้บริหารเครือข่ายเดียวกัน
- การสืบสวนขยายผลนำไปสู่การออกหมายจับ ตรวจค้น และยึดอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก
2.พบความผิดมูลฐาน 2 คดี ได้แก่ การฉ้อโกงนักธุรกิจต่างชาติ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากแก๊งสแกมเมอร์
- เปิดเส้นทางเงินข้ามชาติ พบเงินถูกโอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาหรือธนาคารในกัมพูชา และใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังกองทุนในสิงคโปร์ ก่อนนำกลับมาซื้อหุ้นไทย
- พบโครงสร้างเครือข่าย 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวางแผนลงทุน กลุ่มจัดหาเงินทุน กลุ่มนอมินี และกลุ่มประสานงานลงทุนในตลาดทุน
- ผู้ต้องหา 7 ราย แบ่งเป็นผู้ถูกออกหมายจับ 6 ราย และผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 1 ราย
- ตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ยึดพยานหลักฐาน 6 รายการ เช่น เอกสารกองทุน สัญญากู้ยืมเงิน และเอกสารการถือหุ้น
- นายณัฐกร อดีตกรรมการบริษัท เข้าพบพนักงานสอบสวน ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่รับข้อเท็จจริงบางส่วนเกี่ยวกับการเข้าบริหารและการเป็นกรรมการ
3.ปปง. ชี้ยึดทรัพย์รวมกว่า 26,000 ล้านบาท จากคำสั่ง 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2567
- ในจำนวนนี้เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท โดยเกี่ยวข้องกับหุ้น BCP, VGI และ MFC
- แยกสำนวนทรัพย์สินเป็น 2 สำนวน ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการในศาลแพ่ง
- เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อกำหนดกลุ่มผู้เสียหาย เปิดให้ยื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองสิทธิ
- ผู้เสียหายไม่ต้องรอคดีอาญาถึงที่สุด กระบวนการทางแพ่งสามารถดำเนินการควบคู่กัน เพื่อให้ศาลพิจารณาเฉลี่ยทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหาย
4. ก.ล.ต.พบ เครือข่ายฟอกเงินลงทุนผ่านบจ.ไทยขนาดใหญ่
- ตรวจพบการถือหุ้น VGI ผ่านกองทุนต่างประเทศ 3 กลุ่ม จากการเพิ่มทุนแบบ Private Placement(PP) รวม 5,900 ล้านหุ้น มูลค่า 8,850 ล้านบาท
- พบความเชื่อมโยงของผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง(UBO)โดยข้อมูลที่แถลงระบุว่า CAI Optimum Fund มี UBO คือ นายยิม ส่วน OPUS Charter Insurance คือ นางสาวแคทรียา และ Thai IR คือ นางสาวสุภารัตน์ โดยมีนายเบนอยู่เบื้องหลังการวางแผนและสั่งการ
- ถือหุ้นรวมเกิน 25% ของสิทธิออกเสียง VGI แต่ไม่รายงานการได้มาในฐานะผู้กระทำการร่วมกัน และไม่ทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของกิจการ
- เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 246 และ 247 รวมถึงมาตรา 281/10
- ยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด การอายัดเป็นการอายัดหุ้นเฉพาะส่วนที่ผู้เกี่ยวข้องถือครอง บริษัทและการดำเนินธุรกิจยังเป็นไปตามปกติ
- เตรียมยกระดับมาตรการตรวจสอบลูกค้าและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง KYC/CDD)ร่วมกับตัวกลางในตลาดทุน
- ก.ล.ต.ชี้ เงินเพิ่มทุน VGI หุ้นที่เกี่ยวข้องถูกอายัดเฉพาะส่วนที่ผู้ถือหุ้นซึ่งถูกกล่าวหาถือครอง ส่วนเงินที่บริษัทได้รับจากการเพิ่มทุนยังใช้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ





