วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทริสเรทติ้ง เปิดโผภาพรวม 9 เดือนแรกปีนี้ แรงกดดันเครดิตพุ่ง ชี้ อสังหาฯ อ่อนแอวงกว้าง

ทริสเรทติ้ง เผยภาพรวมอันดับเครดิต 9 เดือนแรกปี 2569 ชี้แรงกดดันด้านเครดิตพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางการฟื้นตัวจำกัด ภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่มีภาระหนี้สูง เผชิญความท้าทายหนัก สะท้อนจากสถิติการปรับลดอันดับเครดิตที่มีจำนวนมากกว่าการปรับขึ้นอย่างชัดเจน

KEY POINTS

  • ทริสเรทติ้งเผยภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 พบแรงกดดันด้านเครดิตเพิ่มสูงขึ้น โดยมีการปรับลดอันดับเครดิต (24 ครั้ง) และผิดนัดชำระหนี้ (4 ครั้ง) มากกว่าการปรับขึ้น (5 ครั้ง) อย่างชัดเจน
  • ภาคธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเป็นกลุ่มที่เผชิญความอ่อนแอในวงกว้างที่สุด และเป็นกลุ่มที่การปรับลดอันดับเครดิตกระจุกตัวอยู่มาก
  • การปรับเพิ่มอันดับเครดิตมีจำนวนจำกัดเพียง 5 ครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะบริษัทที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้นหรือได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เปิดเผยรายงานสรุปภาพรวมอันดับเครดิตประจำงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน 2569) สะท้อนภาพบรรยากาศทางธุรกิจที่ยังคงเผชิญกับ “แรงกดดันด้านเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ท่ามกลางการฟื้นตัวหรือปรับตัวที่ดีขึ้นเป็นบางส่วนของผู้ออกตราสารหนี้บางราย

โดยพบสถิติการปรับลดอันดับเครดิตที่มีจำนวนทิ้งห่างจากการปรับเพิ่มอย่างชัดเจน อันเนื่องมาจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอ ภาระหนี้สินในระดับสูง ตลอดจนความกังวลด้านสภาพคล่องและการรีไฟแนนซ์

ทริสเรทติ้ง เปิดโผภาพรวม 9 เดือนแรกปีนี้ แรงกดดันเครดิตพุ่ง ชี้ อสังหาฯ อ่อนแอวงกว้าง
สรุปสถิติการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิต (ม.ค. - ก.ย. 2569)

ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา ทริสเรทติ้งได้ทบทวนและดำเนินการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตรวมทั้งสิ้น 143 ครั้ง โดยมีรายละเอียดแยกตามประเภทธุรกิจ ดังนี้

องค์กรธุรกิจ: คงอันดับเครดิต 84 ครั้ง, ปรับขึ้น 4 ครั้ง, ปรับลง 22 ครั้ง, และผิดนัดชำระหนี้ 4 ครั้ง (รวม 114 ครั้ง)

สถาบันการเงิน: คงอันดับเครดิต 25 ครั้ง, ปรับขึ้น 1 ครั้ง, และปรับลง 2 ครั้ง (รวม 28 ครั้ง)

หน่วยงานรัฐ: คงอันดับเครดิต 1 ครั้ง (รวม 1 ครั้ง)

รวมทั้งสิ้น: คงอันดับเครดิต 110 ครั้ง, ปรับขึ้น 5 ครั้ง, ปรับลง 24 ครั้ง, และผิดนัดชำระหนี้ 4 ครั้ง (รวม 143 ครั้ง)

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนจำนวนครั้งของการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิต โดยบริษัทหนึ่งแห่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว

 

เจาะลึกอุตสาหกรรม: อสังหาริมทรัพย์อ่วมหนัก-การปรับขึ้นจำกัดเฉพาะราย

1. ภาคอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มเสี่ยงเผชิญแรงกดดันในวงกว้าง

การปรับลดอันดับเครดิตรวม 24 ครั้ง กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ร้านอาหาร และบริการสาธารณูปโภคที่รัฐควบคุม โดยผู้ออกตราสารในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมีความอ่อนแอในวงกว้างที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่ถูกปรับลดอันดับเครดิต เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์หรือบริการทางการเงิน, สินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่คงทน, การค้าสินค้าโภคภัณฑ์ และค้าปลีก

2. การปรับขึ้นอันดับเครดิตมีจำกัด

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตมีเพียง 5 ครั้งเท่านั้น ซึ่งจำกัดอยู่เฉพาะบริษัทที่มีผลการดำเนินงานหรือสถานะทางการเงินที่ดีขึ้น ได้รับปัจจัยสนับสนุนภายนอกที่แข็งแกร่งขึ้น หรือสามารถฟื้นตัวจากแรงกดดันทางการเงินในอดีตได้

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ในกลุ่มกองทรัสต์และอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ซึ่งได้รับการปรับอันดับขึ้นเป็น ⁠AA+/Stable⁠ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยยอดตราสารหนี้คงค้างสูงถึง 24,600 ล้านบาท

3. การกระจายตัวของอันดับเครดิตและการผิดนัดชำระหนี้

การกระจายตัวของอันดับเครดิตขยับตัวเล็กน้อยจากกลุ่ม A ไปสู่กลุ่ม BBB

จำนวนผู้ออกตราสารในกลุ่ม B, C และ D ที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงแรงกดดันที่หนาแน่นขึ้นในกลุ่มที่มีคุณภาพเครดิตเปราะบาง

การผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน โดยยังคงกระจุกตัวในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, บริการสาธารณูปโภคที่รัฐควบคุม, อสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

ทิศทางแนวโน้มอันดับเครดิตและเครดิตพินิจ

การปรับแนวโน้มอันดับเครดิต (Outlook): มีการปรับรวม 23 ครั้ง แบ่งเป็นการปรับแนวโน้มขึ้น 11 ครั้ง และปรับแนวโน้มลง 12 ครั้ง

กลุ่มที่ถูกปรับแนวโน้มลง: ได้แก่ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ทั่วไป, การเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์อาหาร, สัญญาเช่าดำเนินงาน, ร้านอาหาร และขนส่ง

กลุ่มที่ถูกปรับแนวโน้มขึ้น: ได้แก่ การค้าสินค้าโภคภัณฑ์, รับเหมาก่อสร้าง และประเทศ

เครดิตพินิจ (Credit Alert): ในช่วง 9 เดือนแรก มีการประกาศเครดิตพินิจแนวโน้มลบ 5 ครั้ง แนวโน้มไม่ชัดเจน 1 ครั้ง และมีการยกเลิกเครดิตพินิจ 4 ครั้ง

ส่อง 5 อันดับการเปลี่ยนแปลงสูงสุด วัดตามมูลค่าตราสารหนี้คงค้าง

ทริสเรทติ้ง เปิดโผภาพรวม 9 เดือนแรกปีนี้ แรงกดดันเครดิตพุ่ง ชี้ อสังหาฯ อ่อนแอวงกว้าง

  • 5 อันดับการปรับอันดับเครดิตสูงสุดตามมูลค่าตราสารหนี้

CPN (กองทรัสต์และอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า) | 26 ก.พ. 2569  ปรับขึ้นเป็น ⁠AA+/Stable⁠ (จาก AA/Stable) | มูลค่าคงค้าง 24,600 ล้านบาท

STA (การค้าสินค้าโภคภัณฑ์) | 21 พ.ค. 2569 | ปรับลงเป็น ⁠BBB+/Stable⁠ (จาก A-/Negative) | มูลค่าคงค้าง 19,188 ล้านบาท

ORI (พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย) | 31 มี.ค. 2569 | ปรับลงเป็น ⁠BBB/Stable⁠ (จาก BBB+/Negative) | มูลค่าคงค้าง 12,286 ล้านบาท

JMART (ค้าปลีก) | 19 ม.ค. 2569 | ปรับลงเป็น ⁠BBB/Stable⁠ (จาก BBB+/Stable) | มูลค่าคงค้าง 8,626 ล้านบาท

NOBLE (พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย) | 1 ก.ค. 2569 | ปรับลงเป็น ⁠BBB-/Stable⁠ (จาก BBB/Negative) | มูลค่าคงค้าง 8,212 ล้านบาท

  • 5 อันดับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสูงสุดตามมูลค่าตราสารหนี้

TRUE (สื่อสารโทรคมนาคมและเคเบิ้ล) | 30 มิ.ย. 2569 | ปรับแนวโน้มขึ้นเป็น ⁠A+/Positive⁠ (จาก A+/Stable) | มูลค่าคงค้าง 214,723 ล้านบาท

BTSG (โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง) | 27 พ.ค. 2569 | ปรับแนวโน้มลงเป็น ⁠BBB+/Negative⁠ (จาก BBB+/Stable) | มูลค่าคงค้าง 95,461 ล้านบาท

IVL (ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ทั่วไป) | 30 ก.ย. 2569 | ปรับแนวโน้มลงเป็น ⁠A+/Negative⁠ (จาก A+/Stable) | มูลค่าคงค้าง 79,450 ล้านบาท

TU (การเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์อาหาร) | 25 ก.ย. 2569 | ปรับแนวโน้มลงเป็น ⁠A+/Negative⁠ (จาก A+/Stable) | มูลค่าคงค้าง 30,000 ล้านบาท

EA (บริการสาธารณูปโภคที่รัฐควบคุม) | 23 เม.ย. 2569 | ปรับแนวโน้มขึ้นเป็น ⁠BB+/Stable⁠ (จาก BB+/Negative) | มูลค่าคงค้าง 25,471 ล้านบาท