หุ้นชิปทั่วโลกดิ่งหนัก ฉุดตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วง 7% หลังซีอีโอ Broadcom เปรียบนักลงทุน AI เหมือนเล่น ‘คาสิโน’ จุดกระแสหวั่นฟองสบู่ AI ขณะที่ผู้ผลิตชิปจีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีท้าชน Samsung และ SK Hynix ซ้ำเติมความกังวลอนาคตอุตสาหกรรมชิป
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกเผชิญ “แรงเทขายอย่างหนัก” ฉุดตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงถึง 7% หลังนักลงทุนเริ่มกังวลว่า อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเติบโตร้อนแรงเกินพื้นฐาน ขณะที่ “ผู้ผลิตชิปจีน” เร่งพัฒนาเทคโนโลยีไล่ตามคู่แข่งรายใหญ่ ซ้ำเติมความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรม
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อวันอังคาร (13 ต.ค.) หุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix สองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ ร่วงลงมากกว่า 8% ทั้งคู่ กดดันดัชนี Kospi ดิ่งลง 7% ขณะที่ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีจีนร่วงลงถึง 3.6% ก่อนฟื้นตัวบางส่วน
ส่วนหุ้น Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำของญี่ปุ่น ทรุดลงกว่า 12% หลังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐเผชิญแรงขายอย่างหนักในคืนก่อนหน้า
แรงเทขายทวีความรุนแรงขึ้นหลัง ฮ็อก ตัน ซีอีโอของ Broadcom เปรียบเทียบพฤติกรรมนักลงทุนในตลาด AI ว่าไม่ต่างจากการเล่นใน “คาสิโน” พร้อมเตือนว่า ปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมในอนาคตอาจไม่ใช่การขาดแคลนชิป แต่เป็นการหาเงินทุนรองรับการลงทุนมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสูงเริ่มสร้างแรงกดดันต่อโครงการที่พึ่งพาการกู้ยืม
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังเผชิญแรงกดดันจากรายงานว่า CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีน มีความคืบหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีหน่วยความจำรูปแบบใหม่ ซึ่ง Samsung และ SK Hynix กำลังพัฒนาเช่นกัน โดย CXMT วางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์หน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูลภายในสิ้นปี 2569 จุดกระแสความกังวลว่าจีนอาจก้าวขึ้นมาท้าทายผู้นำตลาดโลกได้เร็วกว่าคาด
แรงขายที่รุนแรง ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์กรุงโซลต้องระงับการซื้อขายแบบโปรแกรมของดัชนี Kospi ชั่วคราวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม
ฮา ซอกกึน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Eugene Asset Management ระบุว่า นักลงทุนเริ่มกังวลว่า อุตสาหกรรมชิปจะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไปจนถึงปี 2571 และหลังจากนั้นได้หรือไม่ ส่งผลให้ราคาหุ้นผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้เผชิญแรงกดดัน
ด้านจอง อินยุน ซีอีโอของ Fibonacci Asset Management Global มองว่า แม้ Samsung จะรายงานกำไรแข็งแกร่ง แต่ตลาดกลับให้ความสำคัญกับ “ความเสี่ยงจากการแข่งขันกับ CXMT และความยั่งยืนของการลงทุนด้าน AI มากกว่า”
อย่างไรก็ตาม CXMT ยังต้องพิสูจน์ว่าสามารถเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เป็นการผลิตเชิงพาณิชย์ที่แข่งขันได้ในระดับอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการของ ASML และ TSMC ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินว่าการเติบโตของกำไรในอุตสาหกรรมชิปจะยืนระยะได้อีกนานเพียงใด ท่ามกลางความกังวลว่า การลงทุนใน AI อาจไม่สร้างผลตอบแทนได้ตามความคาดหวังที่สูงลิ่วของตลาด
.
อ้างอิง: bloomberg




