วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ ร่วง 5.80 จุด กังวล ‘ทรัมป์-รัสเซีย’ และ ‘คดี Vicor ของ DELTA‘

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 12 ต.ค.2569 ปรับลง 5.80 จุด หรือ 0.37% อยู่ที่ 1,571.85 จุด มูลค่าการซื้อขาย 11,317.03 ล้านบาท

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าร่วงลง 5.80 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ
  • ความกังวลกรณีโดนัลด์ ทรัมป์ เจรจากับรัสเซียเพื่อเพิ่มอุปทานน้ำมันดีเซลในตลาดโลก ส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี
  • หุ้น DELTA เผชิญแรงขายอย่างหนักจากข่าวการถูกฟ้องร้องในคดีละเมิดสิทธิบัตรโดยบริษัท Vicor Corporation ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนทางธุรกิจ

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 12 ต.ค.2569 ปรับลง 5.80 จุด หรือ 0.37% อยู่ที่ 1,571.85 จุด มูลค่าการซื้อขาย 11,317.03 ล้านบาท

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ ร่วง 5.80 จุด  กังวล ‘ทรัมป์-รัสเซีย’ และ ‘คดี Vicor ของ DELTA‘

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลง ต้องเผชิญกับแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก (External Factors) ชนิดที่เรียกว่ามาแบบแพ็กคู่ ทั้งมิติของนโยบายมหภาคระดับโลกที่เข้ามาเขย่ากลุ่มพลังงาน และประเด็นเฉพาะตัวด้านกฎหมายในฟากของเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ภาพรวมบรรยากาศการลงทุน (Market Sentiment) ถูกกดดันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กลไกการส่งผ่าน (Transmission Mechanism) ไปยังราคาหุ้น กลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี ( TOP, PTTGC )  เมื่อซัพพลายน้ำมันโลกจ่อทะลัก

จากประเด็นกดดัน ความพยายามของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการผลักดันหรือเจรจากับรัสเซียเพื่อเปิดช่องทางการนำเข้าน้ำมันดีเซล เข้ามาทำหน้าที่เป็นกลไกกดดันเพดานราคาน้ำมันในตลาดโลก (Price Cap & Supply Expansion)

"ปกติแล้วกลุ่มโรงกลั่นมักจะได้อานิสงส์จากภาวะอุปทานตึงตัว (Tight Supply) หรือความขัดแย้งที่ทำให้ค่าการกลั่น (Market GRM) พุ่งสูง แต่ทันทีที่มีสัญญาณว่าซัพพลายดีเซลขนาดใหญ่จากรัสเซียกำลังจะไหลกลับเข้าสู่ระบบ สมดุลอุปสงค์-อุปทาน (Supply-Demand Dynamics) จะเปลี่ยนหน้าทันที" 

TOP: ได้รับผลกระทบโดยตรงในฐานะโรงกลั่นบริสุทธิ์ (Complex Refinery) ที่ความสามารถในการทำกำไรผูกติดอยู่กับค่าการกลั่นดีเซลและน้ำมันสำเร็จรูปเป็นหลัก เมื่อเกณฑ์ราคาหรือปริมาณซัพพลายกดดัน มาร์จิ้นจึงมีความเสี่ยงถูกบีบตัว (Margin Compression)

PTTGC: ได้รับแรงกดดันทั้งในมิติของต้นทุนพลังงานและสPREAD ผล1ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่มักจะเคลื่อนไหวตามวัฏจักรพลังงาน (Petrochemical Cycle) ในทิศทางเดียวกัน

ทางด้านกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA) ความเสี่ยงทางกฎหมาย จากประเด็นกดดัน ข่าวการฟ้องร้องจาก Vicor Corporation ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีพลังงาน ที่ยื่นฟ้อง DELTA ในประเด็นข้อพิพาทสิทธิบัตร (Patent Infringement)

ในมุมมองของนักลงทุนสถาบัน สิ่งที่ตลาดกลัวที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องตัวเงินค่าปรับในเบื้องต้น แต่คือ "ความไม่แน่นอนทางธุรกิจ (Business Uncertainty)"

DELTA ซื้อขายบน Valuation ที่ค่อนข้างพรีเมียม (High Multiple) มาโดยตลอด โดยมีสตอรี่การเติบโตจากกลุ่ม Data Center และ AI Power Supply เป็นตัวค้ำยัน เมื่อเกิดคดีความกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง Vicor ย่อมสร้างความกังวลว่าอาจกระทบต่อสิทธิในการจำหน่ายสินค้าบางรุ่น หรือเพิ่มความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

แรงขายที่เกิดขึ้นจึงเป็นลักษณะของการลดความเสี่ยง (Risk-off) เพื่อรอความชัดเจนจากฝั่งผู้บริหารในการชี้แจงข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์อิงทางบวก โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ที่เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลบวกสินทรัพย์เสี่ยง

ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น คาดว่าส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีสัญญาณชะลอการขายลง แม้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีการขายออกมาค่อนข้างมาก แต่เริ่มเห็นการขายลดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งพลิกกลับมาซื้อในสัญญาฟิวเจอร์สอีกด้วย

สำหรับปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้ ติดตามการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและดึงดูดความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนจากต่างประเทศ และกลุ่มท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังลุ้นว่า IMF อาจปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย จากปัจจุบันที่คาดไว้ระดับ 1.9% ซึ่งต้องติดตามการเปิดเผยรายงานอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

อีกทั้งสัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเริ่มทยอยแจ้งงบการเงิน อาทิ TISCO ในวันพุธนี้ ซึ่งมองว่าหากผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารไม่ออกมาแย่กว่าที่คาด จังหวะนี้ถือเป็นระดับราคาที่น่าสนใจสำหรับเข้าสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร

มองกรอบวันนี้ แนวรับ 1,565 – 1,570 จุด และแนวต้าน 1,585 – 1,590 จุด