วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลท.เล็งปรับวิธีนับวอลุ่ม‘ทีอาร์เอส’ จ่อโยกยอด‘ต่างชาติ’เข้าพอร์ตโบรก

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมหารือโบรกเกอร์ 28 ต.ค.นี้ ทบทวนวิธีจัดประเภทมูลค่าซื้อขายหุ้นจากธุรกรรม TRS โดยอาจโยกยอด Hedging ของโบรกเกอร์จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติมาเป็นบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Prop Trade) ย้ำไม่ใช่เกณฑ์ใหม่ แต่ปรับวิธีจัดเก็บข้อมูลให้สะท้อนธุรกรรมจริงมากขึ้น

KEY POINTS

  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) กำลังพิจารณาปรับวิธีจัดประเภทมูลค่าซื้อขายที่เกิดจากธุรกรรม Total Return Swap (TRS) เพื่อให้สะท้อนภาพการลงทุนที่แท้จริง
  • แนวทางหลักคือการโยกย้ายมูลค่าการซื้อขายเพื่อบริหารความเสี่ยง (Hedging) ของโบรกเกอร์ จากเดิมที่นับเป็นของกลุ่ม "นักลงทุนต่างชาติ" ไปยังกลุ่ม "บัญชีบริษัทหลักทรัพย์" (Prop Trade)
  • หากมีการปรับเปลี่ยน จะส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติลดลง ในขณะที่สัดส่วนของบัญชีบริษัทหลักทรัพย์จะเพิ่มขึ้น
  • ตลท. ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่การออกเกณฑ์ใหม่ แต่เป็นการปรับวิธีจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมที่มีอยู่แล้วให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
  • มีการนัดประชุมร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในวันที่ 28 ตุลาคมนี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ถกเครียดโบรกเกอร์ เตรียมปรับวิธีจัดประเภทมูลค่าซื้อขายธุรกรรม “ทีอาร์เอส” เล็งโยกวอลุ่มจากกลุ่มนักลงทุน “ต่างชาติ” เข้าบัญชี Prop Trade หวังสะท้อนภาพจริง ปัดไร้เกณฑ์ใหม่ปี 68 ยันเร่งสอบข้อมูลย้อนหลังป้องกันตลาดสับสน พร้อมนัดหารือข้อสรุปร่วมกัน 28 ต.ค.นี้

ตลท.เล็งปรับวิธีนับวอลุ่ม‘ทีอาร์เอส’ จ่อโยกยอด‘ต่างชาติ’เข้าพอร์ตโบรก

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญของการหารือคือการพิจารณาวิธีจัดประเภทมูลค่าซื้อขายหุ้นที่เกิดจากการทำธุรกรรม TRS โดยเฉพาะการซื้อขายหุ้นของโบรกเกอร์เพื่อบริหารความเสี่ยง (Hedging) จากสัญญาที่ทำกับนักลงทุนต่างชาติ ว่าควรจัดอยู่ในกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investors หรือ F) หรือกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Prop Trade หรือ P)

หากมีการปรับวิธีจัดประเภทข้อมูลดังกล่าว จะส่งผลให้มูลค่าซื้อขายบางส่วนที่เดิมนับรวมอยู่ในกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ย้ายไปอยู่ในกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ทำให้สัดส่วนการซื้อขายของต่างชาติลดลง ขณะที่สัดส่วนบัญชีโบรกเกอร์เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 50% ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์มีสัดส่วนราว 10%

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่สามารถระบุตัวเลขผลกระทบที่ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและคำนวณอย่างถูกต้องก่อนเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันความสับสนจากการปรับแก้ข้อมูลหลายครั้ง 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังอาจส่งผลต่ออันดับ Market Share ของโบรกเกอร์แต่ละแห่งเนื่องจากมีสัดส่วนธุรกรรม TRS ที่แตกต่างกัน ซึ่ง ตลท. รับทราบข้อกังวลดังกล่าวและอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและสะท้อนลักษณะธุรกรรมได้อย่างถูกต้อง โดยกำหนดจัดประชุมร่วมกับโบรกเกอร์ในวันที่ 28 ต.ค. 2569 นี้ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

สำหรับ ผลกระทบต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าตัวเลขการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แม้สัดส่วนมูลค่าซื้อขายรวม (Trading Volume) ของต่างชาติอาจลดลงก็ตาม

ทั้งนี้ ธุรกรรม Total Return Swap (TRS) เป็นสัญญาทางการเงินที่เปิดให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น หุ้น โดยไม่จำเป็นต้องถือครองหุ้นโดยตรง โดยโบรกเกอร์ที่เป็นคู่สัญญาจะเข้าซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงในตลาดเพื่อบริหารความเสี่ยง 

นายอัสสเดช อธิบายว่า ธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ใหม่ในปี 2568 แต่เป็นรูปแบบธุรกรรมที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้หลักเกณฑ์เดิม โดยผู้ประกอบธุรกิจและนักลงทุนได้เข้ามาหารือเกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกรรม ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบข้อห้ามตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนสาเหตุที่ธุรกรรม TRS ได้รับความสนใจมากขึ้น อาจมาจากความต้องการของนักลงทุนสถาบันต่างชาติขนาดใหญ่ที่ลงทุนในหลายประเทศ ซึ่งต้องบริหารพอร์ตลงทุนในตลาดจำนวนมาก การทำธุรกรรมผ่านโบรกเกอร์จึงอาจช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการซื้อขายหุ้นอ้างอิงโดยตรงทุกครั้ง

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้หารือเบื้องต้นกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม ทั้งด้านการจัดประเภทข้อมูล การกำกับดูแลธุรกรรม และผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจ

นายอัสสเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลท. ได้ประสานงานเบื้องต้นกับสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว และให้ความสำคัญกับการตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อขาย โดยได้ขอให้มีการแยกข้อมูลธุรกรรม TRS เพื่อใช้สำหรับติดตาม วิเคราะห์ และกำกับดูแลเป็นการภายในของ ตลท. เท่านั้น ไม่ใช่การเปิดเผยรายละเอียดธุรกรรมของแต่ละโบรกเกอร์ต่อผู้ลงทุนทั่วไปแต่อย่างใด