หุ้น GPSC พุ่ง 5.13% นำกลุ่มโรงไฟฟ้า รับอานิสงส์คาดต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) อีก 7 ปี ตามร่างแผน PDP ใหม่ ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ ย่อตัว หนุนเม็ดเงินไหลเข้าหุ้นปันผล เพิ่มแรงซื้อกลุ่มโรงไฟฟ้า
KEY POINTS
- หุ้น GPSC ปรับตัวขึ้น 5.13% มาอยู่ที่ 51.25 บาท ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นนำหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า
- ปัจจัยบวกมาจากการคาดการณ์ว่า GPSC จะได้รับประโยชน์จากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ที่อาจเปิดทางให้ต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ได้อีก 7 ปี
- การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งจัดเป็นหุ้นปันผล
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 9 ต.ค.2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย
- หุ้น GPSC บวก 5.13% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 51.25 บาท
- หุ้น RATCH บวก 2.03% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 37.75 บาท
- หุ้น EGCO บวก 0.40% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 125.00 บาท
- หุ้น GUNKUL บวก 1.22% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.98 บาท
- หุ้น GULF บวก 0.84% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 59.75 บาท
- หุ้น BGRIM บวก 2.12% เพิ่มขึ้น 0.40 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 19.30 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาฟื้นตัวโดดเด่น โดยเฉพาะ GPSC ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นนำกลุ่มราว 4% จากแรงหนุนของเม็ดเงินลงทุนที่หมุนเวียนเข้าสู่หุ้นปันผล ท่ามกลางแรงกดดันในตลาดหุ้นเทคโนโลยีและทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่เริ่มชะลอตัวลง
โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในรอบนี้มาจาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่ปรับตัวลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้นมาอยู่บริเวณ 5.6-5.7% ซึ่งเป็นระดับที่เริ่มจูงใจให้นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตร ส่งผลให้ความกังวลว่า Bond Yield จะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 6% เริ่มคลี่คลายลง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ AI หลังมีรายงานว่า OpenAI มีรายได้ประจำปี (ARR) อยู่ที่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนบางส่วนลดความเสี่ยงจากหุ้นเทคโนโลยีและหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอมากขึ้น ทั้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง สะท้อนจากดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ Dow Jones ซึ่งมีหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นธุรกิจดั้งเดิมเป็นองค์ประกอบสำคัญ เคลื่อนไหวแข็งแกร่งกว่า ส่งผลให้หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนตามทิศทาง Bond Yield ที่เริ่มย่อตัวลง
ส่วนปัจจัยบวกภายในประเทศ ตลาดยังจับตาความคืบหน้าร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งมีแนวทางเปิดช่องให้โรงไฟฟ้าเดิมสามารถต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ออกไปได้อีก 7 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงดั้งเดิมไปสู่พลังงานหมุนเวียน แม้ประเด็นดังกล่าวจะเริ่มสะท้อนในราคาหุ้นไปบางส่วนแล้วในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา แต่ในเชิงพื้นฐานมองว่า GPSC และ BGRIM เป็นผู้ประกอบการที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการต่ออายุสัญญา PPA ขณะที่ GULF ราคาหุ้นปรับขึ้นน้อยกว่าเมื่อเทียบกับบางบริษัทในกลุ่ม เนื่องจากยังมีประเด็นที่ตลาดติดตามอยู่
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน กรณ์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยมองว่าราคาหุ้นหลายบริษัทปรับฐานลงมาค่อนข้างมากก่อนหน้านี้ จึงมีโอกาสฟื้นตัวตามปัจจัยสนับสนุนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ โดย GPSC แนะนำใช้กลยุทธ์ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ตามรอบการฟื้นตัวของราคาหุ้น ขณะที่ GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยแนะนำทยอยซื้อสะสมเพื่อการลงทุนระยะกลาง เนื่องจากมีการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าและโครงการศูนย์ข้อมูล Data Center ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว ประกอบกับราคาหุ้นที่เคยปรับตัวลงไปบริเวณ 50 กว่าบาท ก่อนฟื้นขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 60 บาทเล็กน้อย ถือเป็นระดับที่นักวิเคราะห์มองว่าเอื้อต่อการทยอยเข้าลงทุน




