เปิดบทใหม่ "อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์" หลัง “เปรมชัย กรรณสูต” ประกาศเกษียณ พร้อมปิดฉาก "4 ทศวรรษ" ส่งไม้ต่อ “ธรณิศ” คุมทัพฝ่าวิกฤติหนี้-ขาดทุน
KEY POINTS
- เปรมชัย กรรณสูต เกษียณอายุจากตำแหน่งประธานบริหาร ITD หลังบริหารมานาน 47 ปี และส่งมอบตำแหน่งให้แก่ลูกชายคนเล็ก ธรณิศ กรรณสูต
- การส่งมอบตำแหน่งเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติของบริษัทที่กำลังเผชิญปัญหาขาดทุนสะสม มีภาระหนี้สินก้อนโต และปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
- ธรณิศ กรรณสูต ผู้บริหารคนใหม่ ต้องเผชิญโจทย์ใหญ่ในการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สินและพลิกฟื้นผลประกอบการของบริษัทที่ขาดทุนต่อเนื่อง
แวดวง “ผู้คว่ำหวอ” ในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเมืองไทย หรือแม้แต่ในตลาดหุ้นไทย คงไม่มีใครไม่รู้จักผู้กุมบังเหียนของ “อาณาจักรรับเหมาก่อสร้างระดับแสนล้าน” อย่าง “เปรมชัย กรรณสูต” ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ผู้ที่สะสมประสบการณ์ในแวดวงก่อสร้างเมืองไทยมาอย่างยาวนานกว่า “4 ทศวรรษ”
แต่แล้วก็มาถึงวันที่ “ธุรกิจครอบครัว” ต้องส่งไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นต่อไป สะท้อนผ่านเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 ITD แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ITD รับทราบการออกจากตำแหน่งประธานบริหารของ “เปรมชัย” ด้วยเหตุผล “การเกษียณอายุจากการทำงาน” พร้อมให้ “ธรณิศ กรรณสูต” ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานบริหาร ตามมติที่เคยอนุมัติไว้ตั้งแต่ปี 2564
“ธรณิศ” คือบุตรชายคนเล็กของเปรมชัย สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมอุตสาหการจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา ก่อนมีบทบาทในบริษัทในตำแหน่งรองประธานบริหารอาวุโสและผู้ช่วยประธานบริหารในช่วงที่ผ่านมาอยู่แล้ว
หากย้อนกลับไปดู “เปรมชัย” รับไม้ต่อเข้ามาบริหาร “อิตาเลียนไทย” เมื่อปี 2522 ดังนั้น เส้นทางการทำงานของเขาจึงกินเวลายาวนานกว่า “4 ทศวรรษ” (หรือ 47 ปี) นำพาองค์กรแห่งนี้ผ่านเหตุณ์สำคัญทั้ง การนำ “อิตาเลียนไทย” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ (SET) เมื่อ 9 ส.ค. 2537 ภายใต้ชื่อย่อหุ้น “ITD”
และถือเป็นก้าวสำคัญที่ ITD สามารถขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง หลัง “แหล่งเงินทุนพร้อม” โดยเฉพาะการรับงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้ง ถนน สนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้า อาคารสูง เป็นต้น ล้วนผ่านมือ ITD นับเป็นพัน ๆ โครงการ ซึ่งโครงการเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาล และทำให้ชื่อของ ITD เป็นที่ยอมรับในผู้นำของวงการรับเหมาก่อสร้าง
แต่แล้ว ! ช่วงฮันนีมูน (Honeymoon) ขององค์กรแห่งนี้จำต้องสะดุด หลังธุรกิจต้องเผชิญ “มรสุมรุมเร้า” ทั้งคดีส่วนบุคคลและปัญหาธุรกิจ ตั้งแต่คดีล่าสัตว์ป่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเปรมชัยในปี 2564 ไปจนถึงคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มในปี 2568 ซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องเขาร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง
แม้ว่าสารพัดปัญหาถาโถมเข้ามา แต่ “เปรมชัย” ก็ไม่เคยทิ้งองค์กรแห่งนี้ ทว่าปมปัญหาของ ITD ก่อตัวขึ้นและสะสมมากเกินจะแก้ไขได้ง่าย ๆ หนึ่งในนั้นด้วยเพราะการขยายธุรกิจและการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ต้องใช้เงินทุนสูง แต่บางครั้งอาจไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
อย่างการยกเลิกสัญญาโครงการท่าเรือน้ำลึกที่เมียนมา ที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “โครงการทวาย” หรือแม้แต่ความล่าช้าของโครงการต่างๆ ในประเทศ ทำให้บริษัทเสียหายอย่างมาก
จนสุดท้ายปัญหาที่ซุกซ้อน “ระเบิด” ออกมา สะท้อนผ่าน “สภาพคล่องตรึงตัว และภาระหนี้ก้อนโต” ทั้งหนี้สถาบันการเงิน (แบงก์) และ หนี้หุ้นกู้ 5 รุ่น รวมมูลค่าประมาณ 14,455 ล้านบาท แถมซ้ำเติมด้วย “ทริสเรทติ้ง” ได้ปรับลดอันดับเครดิตองค์กร ITD สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากผลขาดทุนสะสม ภาระหนี้สูง และความไม่แน่นอนของกระแสเงินสดในอนาคต
สอดคล้องกับผลการดำเนินงานย้อนหลัง (2565-6 เดือนแรกปี 2569) ของ ITD ที่ส่วนใหญ่ “ขาดทุนสุทธิ” แม้ตัวเลขยังมีงานในมือขนาดใหญ่มูลค่าสูง
- ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ -4,758.85 ล้านบาท
- ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ -1,072.37 ล้านบาท
- ปี 2567 ขาดทุนสุทธิ -5,775.85 ล้านบาท
- ปี 2568 กำไรสุทธิ 1,783.29 ล้านบาท
- และ6 เดือนแรกปี 2569 ขาดทุนสุทธิ -533.86 ล้านบาท
ดังนั้น การส่งต่อธุรกิจครั้งนี้ ! จึงเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้รับไม้ต่อต้องบริหารทั้งโอกาสจากงานที่มีอยู่ และข้อจำกัดทางการเงินที่รอการคลี่คลาย โดยบริษัทมีหนี้สินรวม 78,661 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่อง 0.67 เท่า
หากดูจากข้อมูลที่รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีงานในมือตามงบการเงินรวม 126,756 ล้านบาท และตามงบเฉพาะบริษัท 119,879 ล้านบาท โดยงานในมือตามงบเฉพาะบริษัทเป็นงานภาครัฐ 86.78% และงานในประเทศ 94.57% ตัวเลขนี้แสดงว่าบริษัทยังมีฐานงานที่จะทยอยดำเนินการ
แต่ด้วยตัวเลขอัตราส่วนสภาพคล่องที่ต่ำกว่า 1 เท่า นั่นหมายถึงสินทรัพย์หมุนเวียนมีมูลค่าน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามทั้งจังหวะรับเงิน การชำระหนี้ และแหล่งเงินทุน
ดังนั้น สิ่งที่น่าติดตามหลังจากผู้กุมบังเหียนอาณาจักรอิตาเลียนไทย อย่าง “เปรมชัย” ยอมผลัดใบส่งไม้ต่อให้กับ “ลูกชายคนเล็ก” เข้ามาขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่แห่งนี้ !
ที่มาพร้อมโจทย์ใหญ่... ของธุรกิจก่อสร้างแสนล้านบาท ทั้ง แหล่งเงินทุน การพลิกฟื้นผลประกอบการ , ราคาหุ้นตกต่ำ และที่สำคัญต้องดึงศรัทธา และความเชื่อมั่นกลับมาให้ได้ และนี่คือบทพิสูจน์บริบทใหม่ขององค์กรขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “อิตาเลียนไทย”





