ตลาดหุ้นไทยวันนี้บวก 8.49 จุด นักวิเคราะห์มองตลาดยังผันผวนและแกว่งตัวออกข้าง จากแรงกดดัน Bond Yield สหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ขณะที่หุ้นน้ำมัน-พลังงานช่วยพยุงดัชนี
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 8.49 จุด แต่โบรกเกอร์มองว่าตลาดยังมีแนวโน้มผันผวนและแกว่งตัวออกข้าง (sideways) จากแรงกดดันทั้งปัจจัยในและต่างประเทศ
- ปัจจัยต่างประเทศที่กดดันตลาดคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวขึ้นรุนแรง โดย Bond Yield อายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547
- ปัจจัยภายในประเทศยังมีความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนและขายสุทธิติดต่อกัน 3 วัน รวมประมาณ 4,800 ล้านบาท
- อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังได้รับแรงพยุงจากหุ้นกลุ่มน้ำมันและพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า "ตลาดหุ้นไทย"แม้วันนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ทว่ายังมีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้าง จากแรงกดดันทั้งปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยภายในประเทศ
โดยปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามอัตราผลตอบแทน Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง โดย Bond Yield อายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 ขณะที่ Bond Yield อายุ 20 ปี พุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกเกิดความผันผวนและกดดันตลาดหุ้นไทย
ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างติดตามกรณี "สนธิ ลิ้มทองกุล" อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันนี้ (25 ก.ย.2569) ซึ่งความไม่แน่นอนดังกล่าวส่งผลให้ Fund Flow ต่างชาติชะลอตัว โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิติดต่อกัน 3 วันทำการ รวมประมาณ 4,800 ล้านบาท และมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี คาดว่าจะยังอยู่ในลักษณะซึมออกข้าง โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด หากหลุดระดับดังกล่าว แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,580 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ควรหลุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,610 จุด
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงพยุงจากหุ้นกลุ่มน้ำมันและพลังงาน หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการโจมตีระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีบริเวณทะเลแดง ประกอบกับตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มน้ำมันจำนวนมาก จึงช่วยประคองดัชนีไว้ได้
ด้านกลยุทธ์การลงทุน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรตามทิศทางราคาน้ำมัน แนะนำหุ้น PTT และ PTTEP ขณะที่นักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ แนะนำหุ้นที่เข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 และราคายังปรับตัวขึ้นมาไม่มาก ได้แก่ BDMS และ CPN




