หุ้นไทยภาคเช้าบวก 4.87 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคตามตลาดโลก หลัง Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ DELTA รับอานิสงส์ แต่ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงกดดันหุ้นพลังงาน จำกัดการฟื้นตัวของดัชนี
KEY POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้น 4.87 จุด หรือ 0.30% มาอยู่ที่ 1,609.31 จุด
- ตลาดได้รับแรงหนุนหลักจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ตามทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากดัชนี Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่
- นักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้น DELTA เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าว
- อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดัชนีถูกจำกัด เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงได้สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งมีสัดส่วนใหญ่ในตลาด
ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 23 ก.ย.2569 ปรับขึ้น 4.87 จุด หรือ 0.30% อยู่ที่ 1,609.31 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9,637.73 ล้านบาท
ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในลักษณะบวกสลับลบ โดยมีแนวโน้มขยับขึ้นได้เล็กน้อย แต่ยังอยู่ในภาวะแกว่งตัวออกข้าง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยได้รับอานิสงส์จากบรรยากาศการลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงตามตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มน้ำมันค่อนข้างมาก ทำให้ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้การฟื้นตัวของดัชนีอาจไม่โดดเด่นเท่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค โดยมองว่า หุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้าง แต่ระยะสั้นมีโอกาสขยับขึ้นได้
สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนตลาด มาจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก หลังดัชนี Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ขณะที่นักลงทุนยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการพบกันระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 24 ก.ย.นี้
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีสัญญาณผ่อนคลายลงในระยะสั้น หลังอิหร่านยื่นข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นบวกต่อภาพรวมตลาดหุ้น แต่ทว่าเป็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและน้ำมัน
ด้านกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยมองแนวต้านระยะสั้นที่ 1,610 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,590 จุด โดยดัชนียังมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบดังกล่าว จากปัจจัยบวกและปัจจัยกดดันที่เข้ามาสลับกัน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยเฉพาะตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำ DELTA ซึ่งได้แรงหนุนตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีโลก และมีแรงซื้อจากการปรับน้ำหนักดัชนีในช่วงสิ้นเดือน
นอกจากนี้ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง หรือ Anti-Commodity ได้แก่ GULF GPSC และ IVL ซึ่งได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ลดลง
และกลุ่มที่อิงการบริโภคภายในประเทศ ได้แก่ MTC SAWAD CPALL และ BJC ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2





