วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

'น้ำตาลโลก' พุ่ง หุ้นเครื่องดื่มกระทบแค่ไหน?

ราคาน้ำตาลโลกที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกดดันต้นทุนกลุ่มเครื่องดื่ม โบรกมองผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด เหตุผู้ประกอบการส่วนใหญ่ล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า

KEY POINTS

  • ราคาน้ำตาลที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มเครื่องดื่ม เนื่องจากทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
  • ผลกระทบโดยรวมยังจำกัดในระยะสั้น เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการล็อกราคาน้ำตาลเป็นรายปี โดยต้นทุนที่สูงขึ้นจะสะท้อนในปีหน้า
  • ผู้ผลิตลดผลกระทบโดยการปรับสูตรและใช้สารให้ความหวานทดแทน อีกทั้งต้นทุนน้ำตาลคิดเป็นสัดส่วนเพียง 8-10% ของต้นทุนรวม
  • ราคาน้ำตาลในประเทศยังอยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐ ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบต่อการขายในประเทศ
  • หุ้น SAPPE คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมีสัดส่วนส่งออกสูงกว่า 70% ซึ่งอ้างอิงราคาน้ำตาลโลก
  • หุ้น COCOCO คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนน้ำตาลต่ำกว่า 2%

ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากแนวโน้มผลผลิตที่ลดลงและความกังวลต่อสภาพอากาศ ขณะที่ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มแรงจูงใจให้บราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ หันไปผลิตเอทานอลมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบของผู้ผลิตเครื่องดื่มถูกจับตาอีกครั้ง
 

ธิดารัตน์ ผโลดม, IAA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ราคาน้ำตาลในตลาดโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 21% นับตั้งแต่ต้นปี และเพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากหลายด้าน ทั้งผลผลิตในยุโรปที่ลดลงจากปัญหาคลื่นความร้อน ความกังวลว่าเอลนีโญรุนแรงอาจกระทบผลผลิตในเอเชีย รวมถึงอุปสงค์น้ำตาลในอินเดียที่เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าน้ำตาล

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากอาจจูงใจให้บราซิล ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายสำคัญของโลก นำอ้อยไปผลิตเอทานอลมากขึ้นแทนการผลิตน้ำตาล ส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกมีโอกาสถูกจำกัด

สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้น ประเมินว่า ราคาน้ำตาลที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มเครื่องดื่มจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการล็อกราคาน้ำตาลเป็นรายปี ทำให้ราคาน้ำตาลที่ปรับขึ้นในช่วงนี้มีแนวโน้มสะท้อนเข้าสู่ต้นทุนการผลิตในปีหน้าเป็นหลัก

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตเครื่องดื่มมีการปรับสูตรสินค้าและใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนต้นทุนน้ำตาลต่อต้นทุนการผลิตรวมของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 8-10% ขณะที่ COCOCO มีสัดส่วนต้นทุนน้ำตาลต่ำกว่า 2% เนื่องจากผลิตภัณฑ์หลักอย่างกะทิ น้ำมะพร้าว และอาหารสัตว์เลี้ยง ไม่ได้มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก

อีกปัจจัยที่ช่วยจำกัดผลกระทบคือ ราคาน้ำตาลในประเทศยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในบัญชีสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ แม้มีโอกาสที่ราคาหน้าโรงงานจะปรับขึ้นในระยะต่อไป แต่คาดว่าภาครัฐจะเข้ามาดูแลไม่ให้ราคาปรับตัวสูงเกินไป

ในบรรดาหุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม ประเมินว่า SAPPE มีโอกาสได้รับผลกระทบจากราคาน้ำตาลสูงมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกมากกว่า 70% โดยการผลิตเพื่อส่งออกจะอ้างอิงราคาน้ำตาลในตลาดโลก ขณะที่ COCOCO คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากสัดส่วนการใช้น้ำตาลที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบจากเอลนีโญต่อวัตถุดิบหลักอย่างมะพร้าว ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนรวมของบริษัท

ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มเครื่องดื่มที่ระดับ “เท่ากับตลาด” แม้คาดว่ากำไรโดยรวมของกลุ่มในไตรมาส 3/2569 อาจยังไม่โดดเด่น เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาล แต่คาดว่าผลประกอบการจะกลับมาเร่งตัวในไตรมาส 4/2569 โดยเลือก CBG และ ICHI เป็นหุ้นเด่น จากแนวโน้มกำไรที่คาดว่าจะเติบโตได้ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีโอกาสทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/2569