ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 12.41 จุด แรงกดดันหลักจากหุ้น DELTA ที่ร่วง 7.54% ขณะที่ภาพรวมตลาดหากไม่รวม DELTA ยังปรับตัวขึ้นได้ ด้านนักวิเคราะห์คาดพรุ่งนี้ตลาดแกว่ง Sideways รอผลประชุม Fed โดยจับตา Dot Plot สะท้อนทิศทางดอกเบี้ยระยะข้างหน้า
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 12.41 จุด (0.78%) มาอยู่ที่ 1,578.66 จุด โดยมีแรงกดดันหลักมาจากการปรับตัวลงของหุ้น DELTA
- หุ้น DELTA ปิดตลาดลดลง 7.54% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดัชนีโดยรวมในวันนี้ แม้ว่าหากไม่นับรวมผลกระทบจาก DELTA ตลาดโดยรวมยังสามารถปรับตัวขึ้นได้
- นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแนวโน้มตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
- ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาจากการประชุมเฟดคือ Dot Plot ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของคณะกรรมการเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (15 ก.ย.2569) ปิดตลาดที่ 1,578.66 จุด ลบ 12.41 จุด หรือ 0.78% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,592.28 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,577.20 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 75,776.38 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 233.00 บาท ลดลง 19.00 บาท หรือ 7.54% มูลค่าการซื้อขาย 14,577.26 ล้านบาท
2. PTT ราคาปิด 42.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.19% มูลค่าการซื้อขาย 4,721.25 ล้านบาท
3. HANA ราคาปิด 51.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือ 5.67% มูลค่าการซื้อขาย 3,689.64 ล้านบาท
4. KBANK ราคาปิด 252.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.40% มูลค่าการซื้อขาย 3,565.43 ล้านบาท
5. KTB ราคาปิด 44.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.56% มูลค่าการซื้อขาย 2,507.46 ล้านบาท
วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงตามที่ประเมินไว้ โดยยังมีแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือ Bond Yield ซึ่งยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ การปรับตัวลงของหุ้น DELTA ยังเป็นปัจจัยกดดันดัชนีในวันนี้ อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบจาก DELTA ภาพรวมตลาดถือว่ายังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ และมีทิศทางดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุน โดยเงินทุนบางส่วนไหลออกจาก DELTA และกระจายเข้าสู่หุ้นกลุ่มอื่นในตลาด
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น ตลาดยังให้น้ำหนักกับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งจะทราบผลในคืนวันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.2569) โดยแม้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ทว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ Dot Plot ซึ่งจะช่วยสะท้อนมุมมองของคณะกรรมการเฟด ว่ามีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกกี่ครั้ง
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.2569) คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่หรือตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเข้ามาขับเคลื่อนตลาด ขณะที่นักลงทุนยังอยู่ระหว่างรอติดตามผลการประชุมเฟด และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนพักเงิน หรือเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยกลุ่มที่ยังมีความน่าสนใจ ได้แก่ หุ้นธนาคารพาณิชย์ และหุ้นกลุ่มโภคภัณฑ์ จากราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูง และสถานการณ์ราคาพลังงานยังมีความไม่แน่นอน
ขณะที่กลุ่มที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังคือหุ้นที่อิงกับการบริโภคภายในประเทศ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้าน Upside จากปัจจัยกดดันทั้ง Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และราคาน้ำมัน
สำหรับปัจจัยการเมือง ประเมินว่า ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบที่กดดันต่อตลาดหุ้น ส่วนกรณีการยื่นฟ้องสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 26 รายเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 คาดว่าจะยังไม่มีผลต่อตลาดในระยะสั้น โดยประเด็นที่ต้องติดตามเป็นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งหากมีความคืบหน้าที่ส่งผลต่อทิศทางการเมือง อาจต้องประเมินผลกระทบต่อตลาดอีกครั้ง





