หุ้นกลุ่ม ปตท. เด้งยกแผง IRPC-TOP นำ 4% โบรกเผย รับราคาน้ำมันโลกพุ่งจากสถานการณ์สงคราม ขณะที่ตลาดจับตา “ADNOC” ยักษ์ใหญ่พลังงานโลก ลุ้นเข้าร่วมลงทุนธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี หนุนภาพการปรับโครงสร้างธุรกิจ
KEY POINTS
- หุ้นในกลุ่ม ปตท. ปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผง นำโดย IRPC ที่บวก 4.00% และ TOP ที่บวก 3.91%
- ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากสถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
- มีกระแสข่าวว่า ADNOC บริษัทพลังงานจาก UAE สนใจเข้าซื้อหรือถือหุ้นในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีของกลุ่ม ปตท. ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน
- ดีลกับ ADNOC หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ปตท. ในการลดสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและลดความเสี่ยงในระยะยาว
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 8 ก.ย.2569 หุ้นกลุ่ม ปตท. ปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผง นำโดย
- หุ้น IRPC บวก 4.00% เพิ่มขึ้น 0.12 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.12 บาท
- หุ้น TOP บวก 3.91% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 66.50 บาท
- หุ้น PTTGC บวก 1.64% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 46.50 บาท
- หุ้น OR บวก 1.59% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 12.80 บาท
- หุ้น GGC บวก 0.74% เพิ่มขึ้น 0.05 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.80 บาท
- หุ้น PTT บวก 0.60% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 41.25 บาท
- หุ้น PTTEP บวก 0.33% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 150.50 บาท
- หุ้น GPSC ระดับราคาอยู่ที่ 50.25 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)
นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นในกลุ่ม ปตท. ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นทั้งกลุ่ม โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง จากสถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวจากสำนักข่าว Bloomberg ว่า ADNOC บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สนใจเข้ามารับซื้อหรือถือหุ้นในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีบางส่วนที่กลุ่ม ปตท. มีแผนลดสัดส่วนการลงทุน ซึ่งประเด็นดังกล่าวช่วยเพิ่มความสนใจให้กับหุ้นในกลุ่ม ปตท.
สำหรับแผนการลดสัดส่วนธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ ปตท. วางไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากประเมินว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวอาจอยู่ในวงจรขาลงเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นการดึงพันธมิตรระดับโลกอย่าง ADNOC เข้ามาร่วมลงทุน หากเกิดขึ้นจริง จะช่วยปรับโครงสร้างธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และลดความเสี่ยงของกลุ่ม ปตท. ในระยะยาว
นอกจากนี้ ADNOC ยังเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ ปตท. อยู่แล้ว ทั้งในด้านการซื้อขายน้ำมันและการจัดหาวัตถุดิบ ทำให้ความร่วมมือดังกล่าวมีโอกาสสร้างประโยชน์ร่วมกัน โดยฝั่ง ปตท. ได้พันธมิตรเข้ามาช่วยเสริมธุรกิจ ขณะที่ ADNOC ก็สามารถเข้าถึงตลาดและมีช่องทางรองรับการจัดหาวัตถุดิบให้กับธุรกิจได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเด็นการเข้าลงทุนของ ADNOC ยังเป็นเพียงกระแสข่าว และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ปตท. หรือ ADNOC โดยก่อนหน้านี้ ปตท. เคยคาดการณ์ว่าจะสามารถเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับการหาพันธมิตรได้ภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น โดยติดตามสถานการณ์สงครามและกระแสเงินทุนเป็นหลัก เนื่องจากราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว และสะท้อนปัจจัยบวกบางส่วนไปในราคาหุ้นแล้ว
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป หุ้นกลุ่มพลังงานยังมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมัน แต่หากเกิดจุดเปลี่ยน เช่น การเจรจาสันติภาพหรือการบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งโดยโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ราคาน้ำมันอาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานเผชิญแรงขายและปรับฐานตามมาได้




