“ภาษีชิป” สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันการค้าโลก แต่โบรกมองกระทบอิเล็กทรอนิกส์ไทยจำกัด เหตุดีมานด์ AI และ Data Center ยังโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสไทยรับช่วงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ชู DELTA-HANA เด่น
KEY POINTS
- นักวิเคราะห์ประเมินว่านโยบายภาษีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในวงจำกัด
- ผลกระทบคาดว่าจะไม่รุนแรง เนื่องจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าจำเป็นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ซึ่งมีความต้องการใช้งานที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง
- กลุ่มหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังคงได้รับแรงหนุนสำคัญจากความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการลงทุนใน AI และ Data Center ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
- แม้มีความเสี่ยงจากภาษี แต่ไทยยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะความต้องการด้านระบบพลังงานและไฟฟ้า
- หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ชัดเจนจากเทรนด์ AI และ Data Center คือ DELTA และ HANA ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงโดยตรงกับอุตสาหกรรมดังกล่าว
หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังได้แรงหนุนจากกระแส AI และ Data Center แต่ทว่าเริ่มเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลัง “โดนัล ทรัมป์” เดินหน้าผลักดันมาตรการภาษีเซมิคอนดักเตอร์ หวังดึงฐานการผลิตกลับสหรัฐและลดพึ่งพาการนำเข้า ขณะที่นักวิเคราะห์มองผลกระทบต่อไทยจำกัด
“วทัญ จิตต์สมนึก” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า นโยบายภาษีสหรัฐมีเป้าหมายลดการขาดดุลการค้าและจูงใจผู้ผลิตย้ายฐานกลับประเทศ ท่ามกลางความต้องการชิ้นส่วนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยมีเกาหลีใต้และไต้หวันเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญ
สำหรับไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐจะขึ้นภาษีกับไทยหรือไม่ แต่หากมีการประกาศใช้มาตรการจริง ไทยอาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะบริษัทที่มีธุรกิจเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม AI ในสัดส่วนสูง เช่น Delta ซึ่งมีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในสหรัฐและผลิตภัณฑ์มีความเกี่ยวข้องกับระบบ AI
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผลกระทบโดยรวมต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไม่น่าจะรุนแรงมากนัก เนื่องจากชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้งานได้
ปัจจุบัน AI และ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ภาษีเพิ่มต้นทุนและกดดันห่วงโซ่อุปทาน แต่ดีมานด์ชิ้นส่วนยังแกร่ง ทำให้ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องใช้งานต่อเนื่อง จึงคาดผลกระทบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะอยู่ในระดับจำกัด
“ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์” หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย โดยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับสหรัฐฯ จีน และไต้หวัน หลายบริษัทสหรัฐฯ ใช้ไทยเป็นฐานประกอบชิ้นส่วนที่นำเข้าจากจีนและไต้หวัน ก่อนส่งออกกลับไปสหรัฐฯ
ทั้งนี้ หากสหรัฐขึ้นภาษีเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม อาจกระทบย้อนกลับไปยังบริษัทสหรัฐเองที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลไทยเดินหน้าเจรจากับสหรัฐ โดยชี้ว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทยมีความเชื่อมโยงกับบริษัทสหรัฐ โดยตรง ขณะที่ผลกระทบต่อการส่งออกไทยจะขึ้นอยู่กับระดับภาษีและการเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง
อย่างไรก็ดี หากสหรัฐปรับขึ้นภาษีทุกประเทศในระดับใกล้เคียงกัน แม้กระทบการค้าโลกโดยรวม แต่ไทยจะไม่เสียเปรียบด้านการแข่งขันมากนัก
สำหรับด้านการลงทุน มองหุ้นอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทหนุนหุ้นไทย และส่งออกไทย แต่ Valuation หลายตัวอยู่ในระดับสูง จึงไม่แนะนำให้ถือเป็นพอร์ตหลัก ควรจัดเป็น Satellite Port และเน้นเล่นเป็นรอบ พร้อมระวังความผันผวนจากข่าวภาษีสหรัฐ ขณะเดียวกัน แนะนำเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่ม Domestic Demand เป็นพอร์ตหลัก เพื่อรับโอกาสเม็ดเงินและกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงจากส่งออกและสงครามการค้า
“กรรณ์ หทัยศรัทธา”, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า การขึ้นภาษีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของสงครามการค้าและการกีดกันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีเป้าหมายผลักดันการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศแต่แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนว่า ดีมานด์เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังแข็งแกร่ง จากการเติบโตของ AI และ Data Center
สำหรับไทย แม้เสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาษี แต่ยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าและระบบพลังงานสำหรับ AI ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2569-2571
สำหรับหุ้นไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่ DELTA และ HANA เป็นหุ้นเด่นที่ได้อานิสงส์จากการเติบโตของ AI และ Data Center โดย DELTA มีจุดแข็งด้านระบบจ่ายไฟและระบายความร้อนสำหรับ Data Center ขณะที่ HANA ได้อานิสงส์จากธุรกิจ Silicon Carbide และเซมิคอนดักเตอร์ด้านพลังงาน ซึ่งผลขาดทุนในไตรมาส 2 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนสัญญาณฟื้นตัว





