ซีอีโอแอสเซนด์แบงก์ ชี้ อยู่ระหว่างเดินหน้าจัดตั้งVirtual Bank คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 ชูเจาะกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ กลยุทธ์สำคัญคือการนำ "ข้อมูลทางเลือก" จากพฤติกรรมการใช้งาน การชำระเงินผ่านทรูมันนี่ มาใช้เป็นกุญแจหลักในการวิเคราะห์สินเชื่อ
KEY POINTS
- ซีอีโอแอสเซนด์แบงก์ ชี้ อยู่ระหว่างเดินหน้าจัดตั้งVirtual Bank คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569
- ชูเจาะกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ
- กลยุทธ์สำคัญคือการนำ "ข้อมูลทางเลือก" จากพฤติกรรมการใช้งาน การชำระเงินผ่านทรูมันนี่ มาใช้เป็นกุญแจหลักในการวิเคราะห์สินเชื่อ
- เป้าหมายคือการเปลี่ยนวิธีปล่อยสินเชื่อ เพื่อคัดกรองและค้นหาลูกค้าที่มีศักยภาพในกลุ่มที่ระบบธนาคารเดิมมองว่ามีความเสี่ยงสูง
การเปิดประตูสู่ธุรกิจธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank กำลังเปลี่ยนสมรภูมิการแข่งขันในระบบการเงินไทย จากเดิมที่ธนาคารต้องพึ่งพาสาขา และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ สู่โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วย “เทคโนโลยี” และ “ข้อมูล” เพื่อค้นหากลุ่มลูกค้าที่ระบบการเงินเดิมอาจเข้าไม่ถึง และเปิดโอกาสให้คนที่อยู่นอกระบบกลับเข้าสู่ระบบได้อีกครั้ง
นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารแอสเซนด์ จำกัด (มหาชน) (Ascend Bank) กล่าวว่า การจัดตั้งธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank ของ Ascend Money มีความคืบหน้าไปมาก และกำลังเข้าสู่ช่วงที่ใกล้ขั้นตอนสำคัญ
โดยบริษัทยังคงหารือและผลักดันการดำเนินงานทุกด้านให้เป็นไปตามกระบวนการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมคาดว่าจะสามารถจัดตั้งธนาคารได้ภายในปี 2569 นี้ตามแผน
ขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการแยกธุรกิจ หรือ Business Separation ตามแนวทางของ ธปท. และมี Roadmap ที่ชัดเจน รวมถึงศึกษา และนำบทเรียนจากข้อสะดุด หรือข้อผิดพลาดในการเปิดตัว Virtual Bank ในตลาดต่างๆ มาปรับใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ
สำหรับการให้บริการระยะแรกที่คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนเห็น จะเริ่มจากการ“รับฝากเงิน”ก่อน แล้วจึงต่อยอดไปยังบริการทางการเงินอื่น ๆ
- 5-10 ปี จุดเปลี่ยน Digital Banking
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจธนาคารดิจิทัลอย่างชัดเจน หลายสิ่งที่ทำได้ในปัจจุบัน เมื่อ 10 ปีก่อนยังทำไม่ได้
โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศที่พัฒนาขึ้น ทั้งระบบ Digital Authentication และ Facial Recognition ทำให้การยืนยันตัวตนสามารถทำผ่านระบบดิจิทัลได้ จากเดิมที่ลูกค้าต้องไปสาขา และมีพนักงานธนาคารตรวจสอบใบหน้าและบัตรประชาชน
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่ใช้ Mobile Banking เป็นประจำ ทั้งการโอนเงินและชำระเงิน ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายเงิน หรือ Money Movement มีต้นทุนที่เกือบจะเป็นศูนย์
สอดคล้องกับธุรกิจ Virtual Bank เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะเงินของลูกค้าต้องสามารถเคลื่อนย้ายเข้าและออกได้สะดวก เป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำธุรกิจธนาคารไร้สาขา
- เปิดทางถึงคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ในมุมการให้บริการผ่านสถาบันการเงิน ประเทศไทยไม่มีการออกใบอนุญาตธนาคารใหม่มานานกว่า 20 ปี แม้ระบบธนาคารไทยจะแข็งแกร่ง แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่ได้รับบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง
ข้อมูลจาก ธปท.ระบุว่า มีคนเกือบ 40% ที่ยังใช้เงินนอกระบบและเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ดังนั้น การมีใบอนุญาต Virtual Bank จึงเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มดังกล่าว โดยการกำกับดูแลมีลักษณะแตกต่างออกไป ทั้งข้อกำหนดเรื่องเงินกองทุนและการดำเนินงานแบบเป็นขั้นตอน หรือ Phased Approach ซึ่งต้องผ่านระบบ Sandbox ก่อน
ในด้านเทคโนโลยี การเข้ามาของระบบ Cloud-based เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้โมเดล Virtual Bank เกิดขึ้นได้ง่ายเพราะช่วยให้การขยายระบบ หรือ Scalability ทำได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพต่างจากธนาคารแบบเดิมที่ต้องลงทุนจำนวนมากกับ Core Banking และระบบสนับสนุนที่มีโครงสร้างซับซ้อน
อีกเรื่องสำคัญ คือ Centralized Data Architecture จากเดิมที่ข้อมูลลูกค้ากระจายอยู่ในหลายระบบ ปัจจุบันสามารถรวบรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว และนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ ทำให้การทำความเข้าใจลูกค้าทำได้ละเอียดขึ้น
การประเมินความเสี่ยงจำเป็นต้องมองมากกว่าข้อมูลเครดิตแบบเดิม โดย Alternative Data สามารถช่วยให้เห็นพฤติกรรมลูกค้าได้ละเอียดขึ้น
ดังนั้น การนำข้อมูลเครดิตเดิมมารวมกับข้อมูลทางเลือกจึงสำคัญ โดยเฉพาะ “ผู้เล่นใหม่” ที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานเดิมจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ข้อมูลและ Machine Learning เพื่อทำความเข้าใจลูกค้า
“สำหรับ Ascend Money สามารถนำข้อมูลจากธุรกิจในเครือ อย่าง TrueMoney มาประกอบการวิเคราะห์ได้ โดยข้อมูลจากพฤติกรรมการใช้บริการ และการชำระเงินสามารถนำมาใช้ทำความเข้าใจลูกค้าในมิติที่กว้างขึ้น”
- เปลี่ยนวิธีคิดปล่อยสินเชื่อ
หากดูการปล่อยสินเชื่อในอดีต สำหรับกลุ่มที่มีประวัติค้างชำระหรือปัญหาทางการเงิน สถาบันการเงินอาจปฏิเสธลูกค้ากลุ่มนี้ทั้งหมด เพราะมองว่ามีความเสี่ยงสูง แต่หากเจาะเข้าไปดูในกลุ่ม10% ที่เกิดความเสียหายจริง กลับพบว่ามีถึง 90% ที่เป็นลูกค้าที่ดี โจทย์จึงอยู่ที่ว่าจะสามารถค้นหาลูกค้าที่ดีในกลุ่มดังกล่าวได้อย่างไร
แม้ไม่สามารถระบุได้ทั้งหมด แต่หาก Alternative Data และ Machine Learning สามารถช่วยค้นหาลูกค้าที่ดีได้ 25-30% จากกลุ่ม 90% ก็จะทำให้ Virtual Bank สามารถนำเสนอสินเชื่อหรือวงเงินให้กับคนกลุ่มนั้นได้
เหล่านี้คือหัวใจของความเท่าเทียมทางการเงินที่ ธปท. ต้องการเห็น เพราะเทคโนโลยีสามารถช่วยแยกคนที่มีศักยภาพออกจากกลุ่มที่ระบบเดิมมองว่ามีความเสี่ยงสูง
- Virtual Bank ทำกำไรไม่ง่าย
นายธัญญพงศ์ กล่าวอีกว่า แม้โอกาส Virtual Bank จะมีอยู่มาก แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่การนำไปปฏิบัติจริง จากประสบการณ์ทั่วโลก มี Virtual Bank ไม่ถึง 20% ที่สามารถทำกำไรได้ และกลุ่มที่ทำกำไรได้ต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปี จึงถึง “จุดคุ้มทุน”
หนึ่งในความท้าทาย คือ Financial Crime เพราะเมื่อผู้ใช้งานอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลเดียวกัน มิจฉาชีพก็สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกันในการหลอกลวงได้ ความยาก คือ การแยกให้ออกว่าใครเป็นผู้ใช้งานจริงและใครเป็นมิจฉาชีพ โดยเฉพาะ Virtual Bank ที่ไม่มีสาขาเป็นจุดช่วยตรวจสอบ
อีกความท้าทาย คือ การปล่อยสินเชื่อในประเทศไทย เพราะตลาดมีระดับหนี้ครัวเรือนต่อหัวที่สูง การเติบโตจีดีพีที่ช้า และการแข่งขันในตลาดสินเชื่อที่สูงมาก ทำให้การบริหารสินเชื่อเป็นเรื่องที่ท้าทาย
ดังนั้น Virtual Bank ต้องสามารถระบุให้ได้ว่าลูกค้าคนใดมีความเสี่ยงในระดับที่บริหารจัดการได้ และลูกค้าคนใดที่ควรได้รับบริการทางการเงิน
สร้าง Trust บนโลกไร้สาขา
อีกเรื่องสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ Virtual Bank คือ Trust หรือความเชื่อมั่น ปัจจุบันลูกค้ามีความเชื่อถือแอปธนาคาร เนื่องจากธนาคารเหล่านั้นมีโครงสร้างพื้นฐานและมีตัวตนอยู่มานาน หากเกิดปัญหา ลูกค้ายังสามารถเดินทางไปสาขาและพบคนเพื่อพูดคุยได้
แต่ Virtual Bank ไม่มีสาขาและไม่มีสถานที่ที่ลูกค้าสามารถเดินเข้าไปหาได้เมื่อเกิดปัญหา การสร้างความเชื่อมั่นผ่านช่องทางดิจิทัลเพียงอย่างเดียวจึงเป็นเรื่องที่ยากกว่า และเป็นโจทย์สำคัญของธนาคารไร้สาขา
ดังนั้น นอกเหนือจากเทคโนโลยี และการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว ความสามารถในการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ





