หุ้นค้าปลีกกอดคอบวก รับความคาดหวังการบริโภคในประเทศฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด หลัง BJC นำกลุ่ม 7.84% ขณะที่ บล.บัวหลวง ชู CPALL เด่น ลุ้นเพิ่ม Payout Ratio ดัน Dividend Yield แตะ 4.5% ถึงมากกว่า 5%
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า โดยมี BJC เป็นผู้นำกลุ่ม ราคาบวก 7.84%
- การปรับขึ้นของหุ้นได้รับปัจจัยหนุนจากความคาดหวังว่าการบริโภคในประเทศกำลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด
- บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง (บล.บัวหลวง) เลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีก
- CPALL มีประเด็นน่าจับตาเรื่องโอกาสในการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล ซึ่งอาจทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงขึ้นเป็น 4.5% ถึงมากกว่า 5%
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 3 ก.ย.2569 หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย
หุ้น BJC บวก 7.84% เพิ่มขึ้น 1.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 16.50 บาท
หุ้น MRDIYT บวก 2.20% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 9.30 บาท
หุ้น CPN บวก 1.16% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 65.50 บาท
หุ้น CPAXT บวก 1.38% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 14.70 บาท
หุ้น CPALL บวก 1.10% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 46.00 บาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกในช่วงปลายไตรมาส ซึ่งเป็นช่วงท้ายของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” แม้ก่อนหน้านี้ตลาดกังวลว่า การสิ้นสุดมาตรการอาจกดดันหุ้นค้าปลีกบางบริษัท แต่ทว่าจากข้อมูลที่ออกมาพบว่าผลกระทบไม่ได้รุนแรงอย่างที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะกลุ่ม CP ที่ยังมีตัวเลขและผลประกอบการรองรับความแข็งแกร่งของธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามการกลับมาฟื้นตัวของยอดขาย โดยมองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมกำลังทยอยฟื้นจากจุดต่ำสุด ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกทั้งในด้านปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิค สะท้อนโอกาสที่หุ้นค้าปลีกจะกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น
สำหรับ BJC ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาในวันนี้ได้รับแรงเก็งกำไรจากความคาดหวังว่าการบริโภคในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4/2569 ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานมีพัฒนาการดีขึ้น โดยเฉพาะความสามารถในการบริหารจัดการอัตรากำไร หรือ Margin Management ทำให้ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในลักษณะทยอยปรับขึ้นสลับกับการพักฐาน สอดคล้องกับพัฒนาการทางธุรกิจที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มค้าปลีกได้แก่ CPALL แม้ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมายังไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนัก โดยมองว่าบริษัทมีความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันจากมาตรการต่าง ๆ ได้ดี ขณะที่กำไรสุทธิมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น หลังอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน มีแนวโน้มลดลงและมีโอกาสต่ำกว่า 1 เท่า
นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าจับตา CPALL มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของหุ้น โดยปัจจุบันหากอิงอัตราการจ่ายปันผลเดิม คาดว่าจะมี Dividend Yield ราว 4% แต่จากการทำการประเมินหากบริษัทเพิ่ม Payout Ratio เป็น 60% หรือ 70% จะทำให้ Dividend Yield ขยับขึ้นเป็นประมาณ 4.5% ถึงมากกว่า 5%
ทั้งนี้ การเพิ่ม Payout Ratio อาจเป็นแรงส่งให้หุ้น CPALL มีโอกาสได้รับการประเมินมูลค่าใหม่ เช่นเดียวกับกรณีหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เคยได้รับความสนใจจากตลาดหลังปรับเพิ่มนโยบายจ่ายเงินปันผล
ด้านกลยุทธ์ แนะนำ ทยอยสะสม CPALL ในระยะยาว จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง หนี้สินมีแนวโน้มลดลง และกำไรมีโอกาสเติบโต แม้ระยะสั้นอาจยังไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่โดดเด่น แต่ประเด็นการปรับเพิ่มนโยบายจ่ายปันผลถือเป็น Upside ที่ตลาดสามารถจับตาได้ในระยะต่อไป





