ราคาเนื้อสัตว์ทั้งสุกรและไก่ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น จากอุปทานที่ตึงตัวและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น คาดหนุนมาร์จิ้นและผลประกอบการกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ฟื้นตัวในไตรมาส 3/2569 พร้อมจับตา GFPT-CPF
KEY POINTS
- ราคาเนื้อสัตว์ในประเทศทั้งสุกรและไก่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากอุปทานที่ตึงตัวและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงไปจนถึงเดือนกันยายน
- ทิศทางราคาขาขึ้นประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังเอื้อต่อการดำเนินงาน คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) และผลการดำเนินงานของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ฟื้นตัวได้ในไตรมาส 3/2569
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASPS) คงคำแนะนำ "มากกว่าตลาด" (Overweight) สำหรับกลุ่มธุรกิจเนื้อสัตว์ โดยแนะนำ "ซื้อ" หุ้น GFPT และ CPF เป็นหุ้นเด่น
- อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์แนะนำให้รอจังหวะสะสมหุ้น โดยเฉพาะ CPF เมื่อราคาอ่อนตัวลง เนื่องจากราคาได้ปรับตัวขึ้นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา
ราคาเนื้อสัตว์ไทยยังอยู่ในระดับสูง จากอุปทานที่ตึงตัวและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังเอื้อต่อการดำเนินงาน คาดหนุนมาร์จิ้นกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ในไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัว ก่อนเข้าสู่เทศกาลกินเจในเดือน ต.ค.นี้
นวลพรรณ น้อยรัชชุกร, IAA,CISA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนและทางเทคนิค บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ราคาเนื้อสัตว์ไทยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยเดือน ส.ค.2569 ราคาสุกรเฉลี่ยตามข้อมูล CPF อยู่ที่ 72 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 12.5% จากเดือนก่อน และ 3% จากปีก่อน ทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี ขณะที่ราคาไก่เนื้ออยู่ที่ 45 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 7% จากเดือนก่อน และ 11% จากปีก่อน สูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2566 ตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและอานิสงส์จากเทศกาลสารทจีน
สำหรับราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเดือน ก.ย. มีโอกาสทรงตัวในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อ ก่อนเข้าสู่เทศกาลกินเจในเดือน ต.ค. โดยราคาสุกรล่าสุดอยู่ที่ 76-79 บาท/กก. สะท้อนอุปทานที่ยังตึงตัวจากผลกระทบของโรคระบาดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้จำนวนสุกรของเกษตรกรรายย่อยลดลง ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ร่วมกับภาครัฐควบคุมผลผลิต ส่งผลให้จำนวนแม่พันธุ์ลดลง
ด้านอุปสงค์ยังได้รับแรงหนุนจากมาตรการ “ไทยช่วยพลัส” ของภาครัฐ ขณะที่ราคาไก่เนื้อยังทรงตัวสูงที่ 45-46 บาท/กก. จากความต้องการทั้งตลาดในประเทศและส่งออกที่เพิ่มขึ้น
ส่วนตลาดต่างประเทศคาดราคาสุกรเวียดนามมีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะถัดไป ตามอุปสงค์และอุปทานที่ทยอยกลับเข้าสู่สมดุล ขณะที่ราคาสุกรจีนมีโอกาสฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังภาครัฐเข้ามาแทรกแซงเพื่อควบคุมปริมาณผลผลิต โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 12-13 หยวน/กก. ภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการดำเนินงาน โดยราคาข้าวโพดในประเทศเดือน ส.ค. ลดลง 20% จากเดือนก่อน มาอยู่ที่ 10 บาท/กก. จากผลผลิตใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด ส่วนราคากากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 4% จากเดือนก่อน มาอยู่ที่ 16.9 บาท/กก.
ทั้งนี้ จากทิศทางราคาเนื้อสัตว์ในช่วงไตรมาส 3/2569 จนถึงช่วงที่มีการประเมินที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาสุกรในประเทศเพิ่มขึ้น 6.8% QoQ และไก่เพิ่มขึ้น 12% QoQ ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ คาดเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อ มาร์จิ้นและผลการดำเนินงานของกลุ่มใน ไตรมาส 3/2569 ให้ฟื้นตัวจากไตรมาส 2/2569
อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “มากกว่าตลาด” (Overweight) สำหรับกลุ่มธุรกิจเนื้อสัตว์ โดยแนะนำ ซื้อ GFPT และ CPF อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นทั้งสองบริษัทปรับตัวขึ้นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ CPF จึงแนะนำให้รอจังหวะสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลง




