GULF เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาดต่อเนื่อง ล่าสุดลุย COD จ่ายไฟจาก "โซลาร์ฟาร์ม 2 แห่ง" ในสุพรรณบุรี รวมกำลังผลิต 135 เมกะวัตต์ หนุนเป้าหมายการโตอย่างยั่งยืนและช่วยเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศ
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กลุ่มบริษัทย่อยซึ่งถือหุ้นทางอ้อมผ่าน บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด ("GRE") ในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 2 โครงการ ในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 135.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 250.1 เมกะวัตต์) และได้จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับรายละเอียดของทั้ง 2 โครงการ ประกอบด้วย
- บริษัท ลูมินัส เอ็นเนอร์ยี จำกัด (LNE): ดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farms) มีกำลังการผลิตตามสัญญา 68.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 90.6 เมกะวัตต์)
อัตราจำหน่ายไฟฟ้าอยู่ที่ 2.1679 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง - บริษัท สยาม ไชน์นิ่ง เอ็นเนอร์ยี จำกัด (SSE): ดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar farms with battery energy storage systems: Solar BESS) มีกำลังการผลิตตามสัญญา 67.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 159.5 เมกะวัตต์)
อัตราจำหน่ายไฟฟ้าอยู่ที่ 2.8331 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง
ทั้ง 2 โครงการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้ระเบียบ กกพ. รูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565–2573 ระยะเวลาสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ยาวนาน 25 ปี
นอกจากนี้ GULF ยังเผยแผนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569 เตรียมเดินหน้า COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มอีก 4 โครงการ (Solar farms 3 โครงการ และ Solar BESS 1 โครงการ) คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 235.6 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 372.9 เมกะวัตต์) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง




