หุ้นแบงก์คึก! TTB นำกลุ่ม 2.74% ตามมาด้วย BBL บวก 1.32% รับ Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย โบรกชี้เสี่ยงต่ำ-ปันผลสูงยังน่าสนใจ
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นยกแผง นำโดย TTB ที่ราคาบวก 2.74% และ BBL ที่บวก 1.32%
- การปรับขึ้นของราคาหุ้นได้รับปัจจัยหนุนจากท่าทีของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้
- นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ชี้ว่ากลุ่มธนาคารยังคงน่าสนใจลงทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำและมีอัตราการจ่ายเงินปันผล
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 31 ส.ค.2569 หุ้นกลุ่มธนาคารบวกยกแผง นำโดย
- หุ้น TTB บวก 2.74% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.00 บาท
- หุ้น BBL บวก 1.32% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 192.50 บาท
- หุ้น BAY บวก 1.24% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 40.75 บาท
- หุ้น CREDIT บวก 1.28% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 23.70 บาท
- หุ้น KBANK บวก 1.21% เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 250.00 บาท
- หุ้น KTB บวก 1.16% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 43.50 บาท
- หุ้น SCB บวก 0.99% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 152.50 บาท
- หุ้น TISCO บวก 0.79% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 128.00 บาท
ธนภัทร ฉัตรเสถียร ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แนวโน้มการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผงในการซื้อขายวันนี้ แม้ระดับมูลค่าพื้นฐาน (Valuation) ของหุ้นธนาคารส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะค่อนข้างตึงตัว ทำให้โอกาสสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาอาจไม่มากนัก แต่กลุ่มธนาคารยังคงเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจของนักลงทุน
โดยปัจจัยสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีความเสี่ยงในการลงทุนค่อนข้างต่ำ และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง ทำให้ยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้วก็ตาม
สำหรับถ้อยแถลงของประธานเฟด Kevin Warsh ในงาน Jackson Hole Symposium ว่ามีท่าที Hawkish มากขึ้น โดยเฟดอาจจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งอาจจะทำให้กลุ่มแบงก์ได้รับอานิสงส์อยู่บ้าง แต่สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ท่าทีของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่าจะมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเฟด หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้ หาก กนง. มีทิศทางการดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับเฟด จะเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตาต่อแนวโน้มผลประกอบการและทิศทางราคาหุ้นธนาคารในระยะข้างหน้า
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ใช้แนวทาง Selective หรือเลือกลงทุนเป็นรายตัว มากกว่าการเข้าลงทุนทั้งกลุ่ม โดยเน้นธนาคารที่สามารถรักษาแนวโน้มอัตรากำไรได้ในระดับที่ดี และมีปัจจัยพื้นฐานรองรับการเติบโต





