โบรกเตือนหนี้สหรัฐทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ เขย่าการเงินโลก กดดันดอกเบี้ย-ตลาดหุ้น ชู “ทองคำ-หุ้นปลอดภัย” รับมือผันผวน “บล.อินโนเวสท์ เอกซ์” ชี้ Trigger Point บอนด์ยีลด์ 10 ปีแตะ 5% “บล.ยูโอบี เคย์เฮียน” แนะลดพันธบัตรรัฐบาล สลับเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน “บล.บัวหลวง” แนะนำจัดพอร์ตแบบ Barbell โดยฝั่งป้องกันความเสี่ยง
KEY POINTS
- โบรกเกอร์เตือนว่าปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐที่พุ่งสูงกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่เพิ่มขึ้น กำลังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สร้างความผันผวนและกดดันตลาดการเงินทั่วโลก
- บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ว่าจุดเสี่ยงสำคัญ (Trigger Point) คือหากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี แตะระดับ 5% ซึ่งอาจสร้างปัญหาให้กับตลาดการเงินอย่างรุนแรง
- คำแนะนำในการรับมือความผันผวนคือการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและทนทานต่อสภาวะตลาด
- บล.ยูโอบี เคย์เฮียน แนะให้ลดสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และเพิ่มน้ำหนักในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Funds) ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
- บล.บัวหลวง แนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตแบบ Barbell โดยแบ่งการลงทุนเป็นฝั่งป้องกันความเสี่ยง (เช่น หุ้น PTT) และฝั่งที่รอรับปัจจัยบวก (เช่น GULF, AOT, CENTEL)
ปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐที่พุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังกลายเป็น “ความเสี่ยงสำคัญ” ที่ “ตลาดการเงินทั่วโลก” ต้องจับตา เนื่องจากขนาดของหนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะฐานะการคลังของสหรัฐ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย บอนด์ยีลด์ ค่าเงินดอลลาร์ กระแสเงินทุน และราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐมีแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ขาดดุลการคลังและค่าใช้จ่ายด้านสงครามที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน และความต้องการเงินทุนจำนวนมากจากลงทุนในอุตสาหกรรม AI ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกพันธบัตรเพิ่มและกดดันบอนด์ยีลด์ โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาวให้อยู่ระดับสูง
ความเสี่ยงสำคัญจะเกิดขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน หรือ Nominal Growth เพราะรายได้ประเทศอาจไม่เพียงพอรองรับภาระดอกเบี้ย และทำให้รัฐบาลต้องกู้เพิ่มเพื่อจ่ายดอกเบี้ยเดิม จนนำไปสู่วงจรหนี้ที่ไม่ยั่งยืน โดยหากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีแตะ 5% จะถือเป็น Trigger Point ที่อาจสร้างปัญหาให้ตลาดการเงิน
สำหรับภาพรวมลงทุน แม้ความเสี่ยงในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น แต่ผลประกอบการบจ.ใหญ่ทั้งสหรัฐ ตลาดโลก และไทย ยังไม่ได้แย่ และหลายบริษัททำได้ดีกว่าคาด จึงยังสามารถลงทุนแบบ Selective Investment ได้ โดยเน้นหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่ง แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านหนี้ ดอกเบี้ย และความผันผวนตลาดการเงินโลก
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลต่อเสถียรภาพการเงินโลก อัตราดอกเบี้ย และกลยุทธ์ลงทุน ขณะที่หลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่มีหนี้สูง ทำให้ความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินลดลง สิ่งที่ต้องจับตาคือบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนกู้ยืมของรัฐบาล โดยสหรัฐมีภาระดอกเบี้ยราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
ด้านทางออกของสหรัฐอาจเป็นการซื้อเวลา ด้วยการควบคุมต้นทุนทางการเงินและรอเศรษฐกิจเติบโตเพื่อลดสัดส่วนหนี้ต่อ GDP มากกว่าการเร่งลดหนี้โดยตรง โดยการลดรายจ่ายภาครัฐทำได้ยากเพราะกระทบเศรษฐกิจและการเมือง
ด้านกลยุทธ์ แนะนำลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วง 1-2 ปี เพราะมีโอกาสได้ Capital Gain จำกัด และเพิ่มน้ำหนัก Infrastructure Funds ที่ให้ผลตอบแทนราว 6-7% รวมถึงเลือกหุ้น Defensive ที่พื้นฐานแข็งแกร่ง พร้อมระวัง Valuation ที่ค่อนข้างสูงและความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น
นายพิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล.บัวหลวง กล่าวว่า วิกฤติหนี้สาธารณะสหรัฐที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นปัญหายืดเยื้อจากความตึงตัวทางการคลัง และความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทบต่อระบบการเงินโลก ดอกเบี้ย และตลาดหุ้น โดยความกังวลต่อฐานะการคลังสหรัฐกดดันความน่าเชื่อถือของพันธบัตร และทำให้ Bond Yield สูงขึ้น ส่งผลกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าและเงินบาทแข็งค่า
นอกจากนี้ เงินทุนมีแนวโน้มไหลออกจากหุ้น พันธบัตร และดอลลาร์สหรัฐ ไปยังสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและคริปโทเคอร์เรนซี ขณะที่ตลาดหุ้นจะเน้นการลงทุนแบบ Selective มากขึ้น
ด้านกลยุทธ์ แนะนำจัดพอร์ตแบบ Barbell โดยฝั่งป้องกันความเสี่ยงเลือก PTT ซึ่งมีจุดเด่นด้านเงินปันผล ส่วนฝั่งรับปัจจัยบวกในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. แนะนำ GULF และ GPSC จากความคืบหน้าแผน PDP และ AOT และ CENTEL จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่คาดช่วยหนุนภาคท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ปี2569




