บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองเป้าหมาย SET Index สิ้นปีนี้แตะ 1,720 จุด สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทยและกำไร บจ.แกร่ง รับส่งออกโต ตลาดอาจผันผวน โอกาสดี ทยอยสะสมหุ้นคุณภาพ พร้อมเปิดลิสต์ 8 หุ้นเด่น
KEY POINTS
- บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ณ สิ้นปี 2569 เป็น 1,720 จุด จากเดิม 1,650 จุด
- ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการลงทุน รวมถึงคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่จะเติบโต 9%
- เปิดโผ 8 หุ้นเด่นตาม 3 ธีมการลงทุน ได้แก่ กลุ่ม AI และดิจิทัล (GULF, HANA, TRUE) กลุ่มการบริโภคในประเทศ (CPALL, CPN, MTC) และกลุ่มท่องเที่ยว (AOT, CENTEL)
นางนริศรา วิเศษโกสิน กรรมการบริหารอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเรามองตลาดหุ้นไทยในเชิงบวกมากขึ้น โดยปรับเป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2569 ขึ้น เป็น 1,720 จุด จาก 1,650 จุด อิง Forward P/E ที่ 16.7 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปี และคาดว่ากําไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 9% ในปี 2569 และ 4% ในปี 2570
การปรับเป้าหมายสะท้อน เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะจากการส่งออกและการลงทุน รวมถึง แนวโน้มกําไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตได้ดี ขณะที่ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางออกมาน้อยกว่าที่เรากังวลในช่วงแรก
ในระยะสั้น ตลาดอาจยังมีความผันผวนและไม่ได้ปรับขึ้นเป็นเส้นตรง แต่เรามองว่าการพักฐานเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น ที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI และ Digital Infrastructure การฟื้นตัวของการบริโภค และการท่องเที่ยว
ในด้านเศรษฐกิจ เราเห็นการชะลอตัวใน ไตรมาส2/2569 โดย Real GDP growth อยู่ที่ 1.9% YoY จาก 2.8% ใน ไตรมาส1/2569 ส่วนหนึ่งจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม DBS Economics มอง GDP ปี 2026 อยู่ที่ 2.1% โดยมองว่าเศรษฐกิจมีโอกาสปรับดีขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมี การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก การส่งออกขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 ขณะที่ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ใน ครึ่งปีแรก2569 ทําสถิติสูง เป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ PDP2026 และมาตรการอย่าง QRTC จะช่วยสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะกลางถึงยาว
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ เรามองว่าไทยยังมี external buffers ที่แข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ํา โดย DBS Economics คาด headline inflation ปีนี้ที่ 1.7% สําหรับนโยบายการเงิน เราคาดว่า ธปท.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ไปจนถึงสิ้นปี 2569 ซึ่งจะช่วยรักษา ภาวะการเงินให้ผ่อนคลายและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
3 ธีมการลงทุนที่เราแนะนํา
สําหรับหุ้นที่เราแนะนํา เราเน้น 3 ธีมหลัก
(1) คือ AI และ Digital Infrastructure ได้แก่ GULF, HANA และ TRUE
GULF เป็นตัวเลือกหลักของเราสําหรับการลงทุนใน Data Centre และ Digital Infrastructure ขณะที่ HANA ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของ electronics exports และความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AL
ส่วน TRUE จะได้ประโยชน์จากการเติบโตของ Digital Economy ทั้ง Enterprise Connectivity,
Cloud และบริการดิจิทัล
(2) คือการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ เราชอบ CPALL, CPN และ MTC
เรามองว่าหากมาตรการภาครัฐช่วยกระตุ้นกําลังซื้อ และเศรษฐกิจในประเทศค่อย ๆ ฟื้นตัว หุ้นกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์ โดยตรง โดย CPALL มี SSSG ที่ค่อนข้าง defensive, CPN ได้ประโยชน์จาก retail traffic และ tenant sales ที่ฟื้นตัว ส่วน MTC จะได้ประโยชน์จากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
(3) คือการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว เราชอบ AOT และ CENTEL
AOT เป็นหุ้นที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วน CENTEL มี exposure ทั้ง โรงแรมและธุรกิจอาหาร ซึ่งจะได้รับประโยชน์หาก tourism momentum กลับมาแข็งแกร่งขึ้นในช่วง high season





