หุ้นไทยปิดบวก 5.91 จุด นักวิเคราะห์เผยรับแรงซื้อกลุ่มโรงไฟฟ้า รับความคาดหวังแผน PDP ชัดเจนเดือนก.ย. ขณะที่ตลาดจับตาคืนนี้ PCE สหรัฐ และงบ Nvidia ลุ้นหนุนหุ้นเทคโนโลยี-DELTA ฟื้นตัว
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดทำการที่ 1,601.92 จุด เพิ่มขึ้น 5.91 จุด หรือ 0.37%
- หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้นโดดเด่น จากแรงหนุนความคาดหวังเรื่องความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ในเดือนก.ย.
- นักลงทุนจับตาปัจจัยต่างประเทศคืนนี้คือ การประกาศตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐ และผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดหุ้นทั่วโลก
“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (26 ส.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,601.92 จุด บวก 5.91 จุด หรือ 0.37% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,611.06 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,599.58 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 71,659.69 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 248.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.80% มูลค่าการซื้อขาย 4,129.06 ล้านบาท
2. PTT ราคาปิด 40.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.62% มูลค่าการซื้อขาย 3,845.61 ล้านบาท
3. KBANK ราคาปิด 255.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.79% มูลค่าการซื้อขาย 3,706.44 ล้านบาท
4. TTB ราคาปิด 2.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 0.69% มูลค่าการซื้อขาย 2,687.93 ล้านบาท
5. GULF ราคาปิด 64.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.58% มูลค่าการซื้อขาย 2,682.95 ล้านบาท
สรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ ปรับตัวดีขึ้น โดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน และกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวโดดเด่น จากแรงหนุนของงาน Thailand Focus ที่มีการพูดถึงแผนการลงทุนในส่วนที่เหลือราว 200,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดจับตาว่าจะนำไปลงทุนในด้านใด โดยเฉพาะการลงทุนด้านไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในเดือนก.ย.2569 ทั้งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) การลงทุนเพื่อรองรับ และอุดหนุนผลกระทบด้านพลังงานจากโซลาร์ รวมถึงการสร้างโรงไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้นยกแผง
ส่วนปัจจัยต่างประเทศคืนนี้ ตลาดยังจับตาตัวเลข PCE ของสหรัฐ และผลประกอบการของ Nvidia โดยปัญหาหลักในระดับมหภาคยังอยู่ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ขณะที่มาตรการด้านสภาพคล่องผ่าน TGA ยังมีคำถามว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในระดับจุลภาค นักลงทุนคาดหวังว่าผลประกอบการของ Nvidia จะเป็นตัวช่วยผลักดันตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ให้กลับมาฟื้นตัว
สำหรับผลประกอบการ Nvidia รอบนี้ ความคาดหวังไม่ได้สูงมากนัก โดย GPM ใน 2 ไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 75% และตลาดคาดว่าไตรมาสนี้ รวมถึงประมาณการผลประกอบการที่บริษัทคาดว่าไตรมาสถัดไปจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน จึงไม่ได้กังวลเรื่องฐานกำไรที่สูงเกินไป โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ มุมมองของผู้บริหารต่อแผนลงทุนใน Vera Rubin และ Blackwell ต้นทุน HBM ที่เพิ่มขึ้น แนวโน้ม AI CPU และการแข่งขันกับ AMD หากประมาณการผลประกอบการที่บริษัทออกมาดีกว่าคาด จะเป็นแรงหนุนให้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องปรับตัวขึ้น และอาจเห็นแรงฟื้นตัวของ DELTA วันพรุ่งนี้ (27 ส.ค.2569)
ด้าน DELTA หลังราคาปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 250 บาท เมื่อประเมินจากกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า 7 เดือน พบว่า P/E ลดลงจากระดับ 100 เท่า เหลือประมาณ 70-75 เท่า หรืออยู่เพียงราว +0.5 SD ทำให้ระดับราคาปัจจุบันเริ่มมีความน่าสนใจ ขณะที่แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยระยะสั้นคาดว่าจะยังแกว่งตัว แต่เชื่อว่าแนวรับจะไม่ลึก โดยประเมินกรอบในช่วง 1 สัปดาห์ที่ 1,585-1,620 จุด มีแนวรับ 1,585 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ DELTA หากราคาต่ำกว่า 250 บาทเป็นจังหวะซื้อ ขณะที่ KCE แนะนำซื้อบริเวณ 52.50 บาท ส่วน SCGP มองว่าราคาที่ปรับตัวลงมาเป็นจังหวะน่าสนใจ โดยเป็น “Combat Stock” และมีแนวรับสำคัญบริเวณ 28 บาท
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





