วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ตลท.ผนึก ก.ล.ต. ยกระดับ ‘ไอเอ’ ปิดช่องโหว่ป้องวิกฤติซ้ำรอย บจ. 

ตลท. จับมือ ก.ล.ต. สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ขยับใหญ่ยกระดับมาตรฐาน “ผู้ตรวจสอบภายใน” สู่เกณฑ์สากล รับมือความเสี่ยงยุคใหม่ “อัสสเดช” ดีเดย์เกณฑ์ใหม่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มเครื่องมือ Audit Committee และ IA ดึงข้อมูลผิดปกติ เปิดเผยเรียลไทม์ หวังปิดช่องโหว่ซุกธุรกรรม “พรอนงค์” ลั่นคุมเข้ม IPO ตั้งแต่ต้นน้ำ

KEY POINTS

  • ตลท. และ ก.ล.ต. ร่วมมือยกระดับบทบาทของผู้ตรวจสอบภายใน (IA) เพื่อป้องกันวิกฤตในบริษัทจดทะเบียนและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
  • ปรับเปลี่ยนบทบาทของ IA จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียงผู้ตรวจสอบตามกฎเกณฑ์ (Compliance) ไปสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ของฝ่ายบริหาร
  • เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เพื่อเพิ่มเครื่องมือให้ IA สามารถเปิดเผยข้อมูลความผิดปกติแก่นักลงทุนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า งานตรวจสอบภายใน (Internal Audit : IA) ถือเป็นกลไกและแนวป้องกันสำคัญ (Lines of Defense) ที่จะช่วยผลักดันตลาดทุนไทยไปสู่การเป็น “Trusted Marketplace” หรือตลาดทุนที่มีความน่าเชื่อถือสูงสำหรับนักลงทุนและการระดมทุน 

ที่ผ่านมาหลายองค์กรมองหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นเพียง “ตำรวจ” หรือทำเพื่อตอบโจทย์ตามข้อกำหนดกฎหมายเท่านั้น แต่บทเรียนจากความผิดปกติในตลาดทุนช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่า IA คือ “พาร์ตเนอร์” สำคัญฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัท ตลท. จึงต้องการเปลี่ยนมุมมองจากการมอง IA เป็น “ภาระหรือต้นทุน” ไปสู่ “เพื่อนร่วมงาน” ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับองค์กร

ตลท.ผนึก ก.ล.ต. ยกระดับ ‘ไอเอ’ ปิดช่องโหว่ป้องวิกฤติซ้ำรอย บจ. 

ในฐานะผู้ดูแลตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลท. พบพฤติกรรมและธุรกรรมผิดปกติในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหาสำคัญที่ผ่านมา คือความล่าช้าของการรายงานข้อมูล จึงมีความจำเป็นต้องติดตามและขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมกับช่วงเวลา ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน

“ถ้ารอให้ออกรายงานมาแล้ว จริง ๆ ธุรกรรมพวกนั้นอาจเกิดไปไม่รู้กี่ปีแล้ว”

ตลท.ผนึก ก.ล.ต. ยกระดับ ‘ไอเอ’ ปิดช่องโหว่ป้องวิกฤติซ้ำรอย บจ. 

ดังนั้น เพื่อแก้อุปสรรคดังกล่าว ตลท. ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลพัฒนาขึ้น ได้ประกาศใช้เกณฑ์ใหม่เริ่ม มีผลบังคับตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 เพื่อยกระดับธรรมาภิบาล เพิ่มความโปร่งใส และคุ้มครองผู้ลงทุนมากขึ้น เน้นการ “เพิ่มเครื่องมือ” ให้คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) และ IA ทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เพื่อนำข้อมูลความผิดปกติออกมาเปิดเผยต่อนักลงทุนได้ทันท่วงทีในจังหวะเวลาที่เหมาะสมก่อนจะสายเกินไป

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตลาดทุนไทยเป็นกลไกสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นแหล่งออมเงินเพื่อการเกษียณของประชาชน ดังนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จึงมุ่งเน้นการยกระดับธรรมาภิบาล (Governance) โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่ต้องการระดมทุน (IPO) ซึ่งต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของ IA ที่เชื่อมั่นได้ว่าจะทำหน้าที่ได้ดี

“แม้ใบอนุญาตหรือใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ เช่น CIA หรือ CFA จะเป็นสิ่งยืนยันความรู้ แต่คุณภาพงานตรวจสอบภายในที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ตัวกระดาษหรือปริญญา แต่วัดกันที่ผลงานและ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับองค์กร”

เรามองว่า IA ในยุคใหม่จึงต้องปรับบทบาทจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียง “ตำรวจ” หรือผู้ตรวจการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) มาเป็น “Strategic Partner” หรือคู่หูทางกลยุทธ์ของ CEO และ CFO และเป็น “Trusted Advisor”ที่ได้รับความไว้วางใจในการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

นางพรองนงค์ กล่าวต่อว่า สำนักงาน ก.ล.ต. จึงได้วางเป้าหมายการดำเนินงานในอีก 3 ปีข้างหน้าภายใต้แนวคิด “GROW with Governance” โดยมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. การมองความเสี่ยงเชิงรุก IA ต้องไม่เป็นเพียงผู้ตรวจสอบย้อนหลัง แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเห็นทั้งจุดแข็ง ช่องว่าง และโอกาสในการพัฒนา โดยเฉพาะท่ามกลางความท้าทายของเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ที่นำมาทั้งโอกาสและความเสี่ยง

2. ประสิทธิผลของระบบ ก.ล.ต. เน้นย้ำระบบควบคุมภายในต้องใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การทำเพื่อให้ผ่านเกณฑ์หรือ “Tick-the-box” เท่านั้น เปรียบเสมือนการมีเครื่องออกกำลังกายไว้ที่บ้าน ความแข็งแรงไม่ได้เกิดจากการมีเครื่อง แต่เกิดจากการนำมันมาใช้งานจริงจนเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

3. วัฒนธรรมจากระดับบน คุณภาพของงานตรวจสอบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการสนับสนุนจากคณะกรรมการที่เข้มแข็ง ซึ่งต้องทำหน้าที่กำหนดทิศทาง วัฒนธรรมองค์กร และจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม รวมถึงการสนับสนุนให้ IA มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง