วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

โบรกชี้กำไรโรงไฟฟ้ายังโตต่อ รับรู้ COD โครงการใหม่-รัฐหนุน ชู GULF-GUNKUL เด่น

นักวิเคราะห์มองกำไรกลุ่มโรงไฟฟ้าปี 2569 ยังเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการใหม่ที่ COD และแรงหนุนจากการลงทุนภาครัฐ ชู GULF-GUNKUL เป็น Top Pick พร้อมมองกำไร 3Q69 ที่อาจชะลอตัวเป็นจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว

KEY POINTS

  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้าในปี 2569 จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้โครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการ (COD) และการลงทุนของภาครัฐ
  • บล.เอเซีย พลัส ยกให้ GULF และ GUNKUL เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่ม เนื่องจากแนวโน้มกำไรที่ยังเติบโตโดดเด่นและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
  • GULF เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่ม จากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ตามแผน โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 80 บาท
  • GUNKUL ได้รับประโยชน์จากนโยบายการลงทุนภาครัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ในธุรกิจ Trading และ EPC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 6.40 บาท
  • แม้กำไรในไตรมาส 3/2569 อาจชะลอตัวจากฐานที่สูงในไตรมาสก่อนหน้า แต่มองว่าเป็นเพียงการพักฐาน และเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นเมื่อราคาอ่อนตัว

กลุ่มโรงไฟฟ้าปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อ แม้กำไรไตรมาส 3/2569 มีโอกาสชะลอตัวจากฐานสูงในไตรมาส 2/2569 โดยได้แรงหนุนจากการทยอยรับรู้โครงการใหม่และปัจจัยบวกจากการลงทุนภาครัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์ชู GULF และ GUNKUL เป็น Top Pick จากแนวโน้มกำไรที่ยังโดดเด่นและโอกาสทางธุรกิจใหม่ในระยะข้างหน้า

ธัญญา อุดมนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ผลประกอบการกลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานทดแทนในไตรมาส 2/2569 มีกำไรปกติรวม 1.84 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนหลักจาก GULF ที่มีกำไรปกติเติบโตโดดเด่นจากการรับรู้เงินปันผลจาก KBANK และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการใช้ไฟฟ้าในฤดูร้อน เช่นเดียวกับ GPSC ที่มีการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้น

ด้าน GUNKUL ได้รับปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงรายได้จากธุรกิจ Trading และ EPC ที่เพิ่มขึ้นตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ขณะที่ BGRIM, RATCH, BCPG และ SSP มีกำไรปกติลดลงจากไตรมาสก่อน จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติของโรงไฟฟ้า SPP ที่ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ลดลงตามฤดูกาล

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดกำไรปกติของกลุ่มโรงไฟฟ้าจะลดลงจากไตรมาสก่อน หลังฐานกำไรไตรมาส 2/2569 อยู่ในระดับสูง โดย GULF และ RATCH มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงหลังพ้นช่วง High Season ขณะที่ BGRIM และ GPSC ยังถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซฯ ที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม EGCO และ BCPG ซึ่งมีสัดส่วนโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ สูง คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นตามฤดูร้อนของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับ CKP, BCPG และ SSP ที่มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลของน้ำและกระแสลมที่ฟื้นตัว

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติของกลุ่มโรงไฟฟ้าในปี 2569 จะเติบโตจากปีก่อน โดยมี GULF เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก จากการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าที่ทยอย COD ตามแผน ขณะที่ GUNKUL ได้แรงหนุนจากนโยบายการลงทุนภาครัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากธุรกิจ Trading และ EPC ส่วน SSP จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ ขณะที่ EGCO มีโอกาสฟื้นตัวจากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน หลังแผนหยุดซ่อมบำรุงโครงการหลักลดลง

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Selective Buy โดยเลือก GULF ราคาเป้าหมาย 80 บาท และ GUNKUL ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท เป็น Top Pick จากแนวโน้มกำไรปี 2569 ที่ยังเติบโตโดดเด่นและมีโอกาสได้รับประโยชน์จากโครงการและนโยบายภาครัฐ พร้อมมองว่าการอ่อนตัวของกำไรในไตรมาส 3/2569 เป็นเพียงการพักฐานจากระดับกำไรที่สูงใน ไตรมาส 2/2569 จึงแนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว