GULF จ่อรับดีมานด์ Direct PPA 2,000-3,000 MW รองรับ Data Center–AI โบรกชี้มีผู้พัฒนา Data Center กว่า 10 รายเจรจาแล้ว คาดหนุนกำไรปี 2571 เพิ่ม 4-6% พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”
KEY POINTS
- GULF ประเมินว่ามีความต้องการไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ราว 2,000-3,000 MW จากกลุ่มลูกค้า Data Center, Semiconductor และ AI
- บริษัทมีพื้นที่พร้อมสำหรับพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) เพื่อรองรับดีมานด์ Direct PPA ดังกล่าวในปริมาณ 2,000-3,000 MW
- โบรกเกอร์มองว่าธุรกิจ Data Center เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต โดยมีผู้พัฒนา Data Center กว่า 10 รายเข้ามาเจรจากับ GULF แล้ว
- การขยายธุรกิจสู่ Direct PPA เพื่อรองรับกลุ่ม Data Center คาดว่าจะสร้าง Upside ต่อประมาณการกำไรปี 2571 ราว 4-6%
- นักวิเคราะห์คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่ากำไรของ GULF จะเติบโตต่อเนื่องใน 1-3 ปีข้างหน้า จากการขยายธุรกิจสู่ Direct PPA และ Data Center
โบรกประเมิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มีโอกาสขยายธุรกิจจากความต้องการไฟฟ้าสะอาดของกลุ่ม Data Center, Semiconductor และ AI หลังเกณฑ์ Direct PPA เปิดให้ยื่นขอได้แบบไม่จำกัด ขณะที่บริษัทมีพื้นที่พร้อมพัฒนาโครงการ Solar รองรับราว 2,000-3,000 MW ด้านนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมมองกำไรเติบโตต่อเนื่องในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า
ปัญจพล แท่นศรีเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เปิดเผยว่า ผู้บริหาร GULF ระบุว่า กติกา Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) ปัจจุบันไม่มีเพดาน 2,000 MW อีกต่อไป และเปลี่ยนเป็นระบบไม่จำกัด (Unlimited) โดยผู้ที่มีความพร้อมสามารถยื่นขอได้
ทั้งนี้ GULF ประเมินว่าปัจจุบันมีความต้องการในมือราว 2,000-3,000 MW จากกลุ่มลูกค้า Data Center, Semiconductor และ Hard Disk ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่าปริมาณดังกล่าวอาจสร้าง Upside ต่อประมาณการกำไรปี 2571 ราว 4-6% จากประมาณการปัจจุบัน
ปัจจุบันมีผู้พัฒนา Data Center เข้ามาหารือกับ GULF แล้วมากกว่า 10 ราย ขนาดโครงการตั้งแต่ 100-500 MW ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Pure Data Center และกลุ่ม GPU/AI Compute โดยฝ่ายบริหารมองว่าการที่ภาครัฐจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ เป็นปัจจัยบวก เนื่องจากจะช่วยคัดกรองผู้เล่นที่เข้ามาลงทุนให้มีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ
นอกจากนี้ ต้นทุนค่าไฟภายใต้อัตรา Tier ที่กำลังจะจัดสรร หรือ Tier 9 คิดเป็นสัดส่วนต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุน GPU ของ NVIDIA ทำให้ผู้ประกอบการ Data Center ยังมีความสามารถและความเต็มใจที่จะจ่ายค่าไฟในระดับสูง
สำหรับแผน PDP 2569 วางเป้าหมายกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนราว 20,000-30,000 MW และก๊าซธรรมชาติราว 20,000 MW ภายในปี 2573 โดย GULF ถือเป็นผู้เล่นที่มีความพร้อมด้าน Supply ในระดับสูง จากทั้งพอร์ตโรงไฟฟ้าที่มีอยู่และ Pipeline โครงการใหม่ที่ได้มีการ Commit ไว้แล้ว
ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ GULF และให้เป็น Top Pick ของกลุ่มโรงไฟฟ้า จากงบดุลที่แข็งแกร่งและมีวินัยทางการเงิน โดย Net IBD/E ยังต่ำกว่า Covenant ค่อนข้างมาก มองว่า GULF จะมีการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่องจากธุรกิจไฟฟ้าหลัก การขยายสู่ Direct PPA และ Data Center รวมถึง Upside จากพอร์ตโครงการใหม่ โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 82 บาท
ด้าน ธัญญา อุดม นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์ GULF ภาพรวมการดำเนินงานยังเป็นไปตามแผน ทั้งโครงการในประเทศและต่างประเทศ โดยโครงการพลังงานหมุนเวียนมีต้นทุนการลงทุนต่ำกว่าประมาณการค่อนข้างมาก จากการประหยัดต่อขนาดในการจัดซื้ออุปกรณ์ ส่งผลให้ผลตอบแทนของโครงการมีแนวโน้มดีกว่าเป้าหมายเดิม ขณะที่ยังมีโครงการในต่างประเทศอีกหลายโครงการอยู่ระหว่างการศึกษา
สำหรับการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) GULF มีพื้นที่พร้อมพัฒนาโครงการ Solar เพื่อรองรับ Direct PPA ราว 2,000-3,000 MW และได้รับความสนใจจากลูกค้ารายใหญ่หลายราย ขณะที่แผน PDP 2026 คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ Renewable และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในระยะยาว
ส่วนธุรกิจ Data Center บริษัทมีแผนพัฒนามากกว่า 10 โครงการ โดยจะพัฒนาเป็นพื้นที่แบบรวมศูนย์ที่สามารถจัดระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center และ AI โดย GULF มองว่าความชัดเจนของกฎเกณฑ์ภาครัฐจะช่วยให้ธุรกิจดังกล่าวดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงานสีเขียวในอนาคต
ฝ่ายวิจัยมองว่า การเติบโตของ GULF ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จะมาจากทั้งธุรกิจไฟฟ้าและการต่อยอดไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น โดย Direct PPA จะช่วยขยายฐานลูกค้าไฟฟ้ารายใหญ่และรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาด ขณะที่ธุรกิจ Data Center จะช่วยสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศให้เติบโต โดยเฉพาะความต้องการพลังงานสีเขียว ส่งผลให้ GULF ยังมีโอกาสขยายธุรกิจพลังงานทดแทนได้อีกมาก
สำหรับปี 2569 คาดกำไรเติบโต 32% YoY มาอยู่ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ทยอยรับรู้โครงการใหม่ รวมถึงธุรกิจดิจิทัลจากส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เติบโต YoY และการรับรู้เงินปันผลจาก KBANK ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่งวด 3Q69 คาดกำไรปกติอ่อนตัว QoQ จากเงินปันผลรับที่ลดลง รวมถึงปริมาณการขายไฟฟ้าโดยรวมที่คาดว่าจะอ่อนตัวตามฤดูกาล
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2570 ที่ 80 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตต่อเนื่องในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า รวมถึงความได้เปรียบในการเข้าสู่รอบการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล





