วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 12.36 จุด DELTA นำทัพ! จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลุ้นดัชนีทะลุ 1,650 จุด

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (10 ส.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,624.36 จุด บวก 12.36 จุด หรือ 0.77% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,630.73 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,621.18 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 61,741.00 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. DELTA ราคาปิด 279.00 บาท เพิ่มขึ้น 17.00 บาท หรือ 6.49% มูลค่าซื้อขาย 8,405.65 ล้านบาท

2. PTT ราคาปิด 38.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 5,600.88 ล้านบาท

3. BBL ราคาปิด 191.00 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 1.80% มูลค่าซื้อขาย 2,646.21 ล้านบาท

4. GULF ราคาปิด 66.00 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.12% มูลค่าซื้อขาย 2,319.01 ล้านบาท

5. KBANK ราคาปิด 248.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.80% มูลค่าซื้อขาย 1,833.28 ล้านบาท

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 12.36 จุด DELTA นำทัพ! จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลุ้นดัชนีทะลุ 1,650 จุด

กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดในวันนี้มีแรงหนุนหลักจากหุ้น DELTA ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยระยะสั้นที่ 1,615-1,650 จุด

ทั้งนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน ก.ค.2569 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยติดลบมากกว่า 20,000 ตำแหน่ง สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และทำให้มุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปลี่ยนแปลงไป

โดยก่อนหน้านี้ตลาดให้น้ำหนักราว 60% ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือน ก.ย.2569 แต่หลังตัวเลขแรงงานอ่อนแอลง ทำให้น้ำหนักดังกล่าวลดลงเหลือ 55% สำหรับกรณีที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้แรงกดดันต่อตลาดทุนผ่อนคลายลง และเป็นปัจจัยหนุนทั้งตลาดหุ้น ราคาทองคำ และหุ้น DELTA โดยมองว่ายังสามารถเป็นแรงส่งต่อตลาดได้อีกระยะ

สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดจะจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.ค.2569 ซึ่งคาดว่าจะอยู่บริเวณ 3% หรือประมาณ 3.4% โดยมีโอกาสที่เงินเฟ้อจะออกมาสูงกว่าคาดอย่างไม่มาก หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ ก่อนการประชุม Fed ตลาดจะได้รับรู้ตัวเลขเงินเฟ้ออีก 2 ครั้ง ซึ่งมีแนวโน้มชะลอลงตามทิศทางราคาน้ำมัน หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาด จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น และต้องติดตามว่าหุ้นไทยจะสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,650 จุดได้หรือไม่

ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามในวันพรุ่งนี้ (11 ส.ค.2569)ได้แก่ การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงโทนการประชุมนักวิเคราะห์หลังการประกาศงบ ซึ่งจะช่วยสะท้อนแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะถัดไป

ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความคืบหน้ากรณีอิหร่าน หลังมีการยื่นข้อเสนอที่มีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น โดยมีเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับการคืนสินทรัพย์ที่ถูกยึดครองและการถอนกำลังทหาร ซึ่งยังต้องรอติดตามว่าจะสามารถนำไปสู่ข้อยุติได้หรือไม่