วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม 2569

Login
Login

บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นไทยสิ้นปีแตะ 1,700 จุด ชูหุ้นปันผลเด่น-ธีม AI ยังแกร่ง

ทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ภาคการท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างประเทศ และกระแสเงินทุนที่มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุน ส่งผลให้มุมมองต่อตลาดหุ้นไทยยังเป็นบวก พร้อมแนะเน้นลงทุนในหุ้นคุณค่าที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ขณะที่ธีมการลงทุนด้าน AI ยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว แม้ตลาดบางแห่งจะยังมีความผันผวนสูงก็ตาม
 

วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) เปิดเผยว่า KAsset ประเมินกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 1,550-1,700 จุด โดยระดับ 1,700 จุดยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ จากการประเมินมูลค่าปัจจุบันที่ซื้อขายบน P/E ราว 15.6 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับค่าเฉลี่ยที่เหมาะสม และหากดัชนีปรับขึ้นถึง 1,700 จุด จะอยู่ที่ระดับประมาณ +0.5 Standard Deviation จากค่าเฉลี่ย 10 ปี สะท้อนว่ายังมีอัพไซด์ต่อการลงทุน

ทั้งนี้ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มดีขึ้น แม้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด แต่มีนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอินเดียเข้ามาทดแทน ส่งผลให้คุณภาพการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีก่อน ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมระดับ 3-5 ดาวในช่วงไตรมาส 1-2 เพิ่มขึ้นราว 20% แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซัน

นอกจากนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ภาคการส่งออกและนำเข้ายังคงอยู่ในระดับที่ดี แม้ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก

สำหรับปัจจัยภายนอก มองว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายลงในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ส่งผลบวกต่อกำลังซื้อภายในประเทศ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวราว 2% และมีโอกาสเห็นเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยประมาณ 70,000 ล้านบาท หรืออาจมากกว่านั้น หากปัจจัยแวดล้อมเอื้ออำนวย

ในด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้น้ำหนักกับหุ้นคุณค่ามากกว่าหุ้นเติบโตที่ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว โดยเน้นบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ กลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ สาธารณูปโภคหรือโรงไฟฟ้า และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ส่วนธีมการลงทุนด้าน AI ยังมีแนวโน้มสดใส โดยมองว่าห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ตั้งแต่พลังงาน หน่วยความจำ โครงสร้างพื้นฐาน โมเดล AI และแอปพลิเคชัน ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการใช้พลังงานสะอาดและหน่วยความจำที่ยังอยู่ในภาวะขาดแคลน ขณะที่ผู้ให้บริการ Hyper Scaler ทั่วโลกยังเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานผ่านงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง

วจนะกล่าวว่า แม้ราคาหุ้น AI หลายบริษัทจะปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง โดยบริษัทชั้นนำหลายแห่งมีกำไรในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีคำสั่งซื้อรองรับต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 สะท้อนว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมยังไม่สิ้นสุด

สำหรับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าปกติแม้จะเป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงจากการใช้เลเวอเรจและแรงเก็งกำไร แต่เชื่อว่าพื้นฐานของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรทยอยลงทุนและบริหารสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละพอร์ต เพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น