ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 25.53 จุด รับแรงหนุนเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าที่ตลาดกังวล และแรงซื้อกลับหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะ DELTA โบรกมองสัปดาห์หน้า จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ (Non-farm Payrolls) และผลประกอบการ SpaceX ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางหุ้นเทคโนโลยีและตลาดหุ้นทั่วโลก พร้อมประเมินดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,585-1,650 จุด
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 31 ก.ค. 2569 ที่ 1,623.64 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.53 จุด หรือ 1.60%
- นักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจัยหนุนหลักมาจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้บรรยากาศการลงทุนดีขึ้น
- ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์หน้าคือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 2569
- นักลงทุนยังต้องติดตามผลประกอบการของ SpaceX ที่จะรายงานเป็นครั้งแรก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (31 ก.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,623.64 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.53 จุด หรือ 1.60% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,628.96 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,610.59 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 89,032.00 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 278.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท หรือ 5.30% มูลค่าซื้อขาย 6,295.69 ล้านบาท
2. KTB ราคาปิด 44.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 3.51% มูลค่าซื้อขาย 5,934.89 ล้านบาท
3. GULF ราคาปิด 66.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.52% มูลค่าซื้อขาย 4,246.76 ล้านบาท
4. ADVANC ราคาปิด 380.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.53% มูลค่าซื้อขาย 3,221.11 ล้านบาท
5. TRUE ราคาปิด 14.40 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.37% มูลค่าซื้อขาย 2,992.98 ล้านบาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปิดบวกกว่า 25 จุด ถือเป็นการฟื้นตัวที่น่าพอใจ โดยมีแรงหนุนหลักจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดกังวล และไม่ได้สูงเกินกว่าคาดการณ์
นอกจากนี้ ผลประกอบการของ Samsung แม้ออกมาเพียงระดับปานกลาง แต่ทว่าตลาดตอบรับเชิงบวกจากการประกาศปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งช่วยหนุนมุมมองต่อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี
สำหรับ หุ้น DELTA ก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด เช่นเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีหลายตัว รวมถึง SK Hynix ส่งผลให้เกิดแรงขายจากนักลงทุนที่ใช้ Leverage ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน DELTA ได้รับปัจจัยบวกจากแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อยู่ในทิศทางควบคุมได้ และผลประกอบการของ Samsung ที่ออกมาดีกว่าความกังวล พร้อมการปรับขึ้นราคาขาย
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมนักวิเคราะห์ บริษัทประเมินว่าผลประกอบการของ DELTA จะทยอยฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การฟื้นตัวในลักษณะ V-Shape โดยคาดว่ารายได้ในไตรมาส 3/2569 จะเพิ่มขึ้นราว 15% จากไตรมาสก่อน หลังไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดค่อนข้างมาก แม้ว่าต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง แต่มีแนวโน้มทยอยปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยใหม่จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ DELTA ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนราคาหุ้น ทำให้ทิศทางราคาหุ้นในระยะสั้นยังต้องอิงปัจจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ทิศทางหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะดัชนี Kospi ซึ่งหากปรับตัวลงแรงหรือเกิด Circuit Breaker อาจส่งผลกดดันหุ้น DELTA และหุ้นเทคโนโลยีไทยตามไปด้วย
อีกประเด็นสำคัญการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.2569 ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง หากตัวเลขออกมาสูงกว่า 100,000 ตำแหน่ง อาจทำให้ตลาดตีความว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขาย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามผลประกอบการของ SpaceX ซึ่งจะรายงานผลการดำเนินงานเป็นครั้งแรกหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก
สำหรับ แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ในสัปดาห์หน้า (3-7 ส.ค.2569) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,585-1,650 จุด โดยมองว่าหากดัชนีปรับตัวหลุดระดับ 1,600 จุด อาจเป็นเพียงการพักฐานระยะสั้น 1-2 วัน ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยพยุงดัชนีให้กลับมายืนเหนือระดับดังกล่าวอีกครั้ง




