วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569

Login
Login

6 หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ดิ่งแรง DELTA ร่วง 7% โบรกชี้งบต่ำคาด ผวาแรงขายหุ้นเทคโลก

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 30 ก.ค.2569 หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กอดคอร่วง นำโดย 

หุ้น DELTA ร่วง 7.02% ลดลง 20.00 บาท ระดับราคาอยู่ท 265.00 บาท

หุ้น CCET ร่วง 7.02% ลดลง 0.60 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.95 บาท

หุ้น HANA ร่วง 6.71% ลดลง 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 34.75 บาท

หุ้น KCE ร่วง 6.63% ลดลง 2.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 38.75 บาท 

หุ้น SMT ร่วง 4.55% ลดลง 0.22 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.62 บาท 

หุ้น TEAM ร่วง 2.56% ลดลง 0.12 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.56 บาท
 

6 หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ดิ่งแรง DELTA ร่วง 7% โบรกชี้งบต่ำคาด ผวาแรงขายหุ้นเทคโลก

ทศวรรณ ธรรมสุข นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับตัวลงอย่างรุนแรงของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในวันนี้ และช่วงที่ผ่านมา มีทั้งปัจจัยเฉพาะตัวของ DELTA และแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลก
 

โดยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ DELTA แม้กำไรยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสแรก และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่รายได้ยังขยายตัวได้ทั้งเมื่อเทียบรายปีและรายไตรมาส แต่ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด และต้องเลื่อนการส่งมอบบางส่วนไปยังไตรมาส 3/2569

นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามภาวะขาดแคลนวัตถุดิบทั่วโลก รวมถึงมีการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเป็นรายการพิเศษในไตรมาสดังกล่าว ส่งผลให้ผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในไตรมาส 3/2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยบริษัทมีสินค้าคงเหลือในระดับสูง และสามารถหาซัพพลายเออร์รายใหม่ได้มากขึ้น ส่งผลให้การส่งมอบสินค้ามีแนวโน้มดีขึ้น และคาดว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่อง

แต่ทว่าในไตรมาส 4 ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบทั่วโลกที่ยังไม่คลี่คลาย รวมถึงการเจรจาปรับราคากับซัพพลายเออร์ประจำปี ซึ่งมีโอกาสที่ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ DELTA อาจผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้เพียงบางส่วน ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรยังเผชิญแรงกดดัน

ทศวรรณ กล่าวว่า นอกจากปัจจัยพื้นฐานของ DELTA แล้ว ยังได้รับผลกระทบจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลก โดยในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ ตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้เมื่อเปิดทำการอีกครั้ง หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยต้องปรับตัวลงเพื่อชดเชยให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก

อีกทั้ง นักลงทุนเริ่มกังวลต่อการเร่งลงทุนด้าน AI ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกิดคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะต่อไป ซึ่งกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ "ขาย" DELTA เนื่องจากคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังระดับ P/E จะปรับลดลงตามแรงขายของหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก และแนะนำให้นักลงทุนหมุนเงินลงทุนไปยังหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการดีกว่า ได้แก่ HANA ซึ่งเป็นหุ้นเด่นในไตรมาส 2/2569 จากแนวโน้มกำไรฟื้นตัว และ KCE ซึ่งเป็นหุ้นเด่นสำหรับครึ่งปีหลัง หลังมีแผนปรับขึ้นราคาสินค้า คาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป และเหมาะสำหรับการลงทุนต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้