จากเหตุการณ์ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด TSD และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลผู้ถือหุ้นโดยมิชอบในระบบ TSD Investor Portal ซึ่งเป็นบริการผ่านเว็บเบสที่เปิดใช้มานานกว่า 5 ปี
โดยจากการตรวจสอบพบว่ามี ข้อมูลรั่วไหล ออกไปประมาณ 200,000 ราย จากบัญชีผู้ถือหุ้น ทั้งหมด กว่า 5 ล้านราย
อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่า ข้อมูลสำคัญในการทำธุรกรรมหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับผลกระทบ และความคืบหน้าเชิงลึกในปฏิบัติการติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย โดยเน้นการสืบสวนทางเทคนิคข้ามพรมแดน
ส่งทีมปฏิบัติการสืบจากพยานหลักฐานดิจิทัล
พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) เปิดเผยว่า เราได้มีการส่งทีมสืบสวนเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันแรกที่ได้รับแจ้งเหตุ โดยมีการทำงานร่วมกับ TSD อย่างใกล้ชิดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัลทันทีซึ่งขณะนี้กระบวนการสืบสวนสอบสวนกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนไทยหรือต่างชาติ เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญที่อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนเชิงลึก
“เราได้ส่งทีมสืบสวนเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง และก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัล ร่วมกับ TSD ทันที ตั้งแต่วันที่เราได้รับแจ้งเหตุ”
ผนึกกำลังพันธมิตรแกะรอยเส้นทางข้ามพรมแดน
หัวใจสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้คือการประสานงานเชิงลึกกับพันธมิตรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือกับ ไทยเซิร์ต (ThaiCERT) เพื่อตรวจสอบทางเทคนิคอย่างละเอียด
พ.ต.ท.พากฤต กล่าวว่า เราได้ประสานงานเชิงลึกกับพันธมิตรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งในประเทศอย่างไทยเซิร์ต และประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อที่เราจะได้แกะรอยเส้นทางการเข้าถึงข้อมูลข้ามพรมแดน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการ"เช็กในเรื่องของ IP address"และร่องรอยการเชื่อมต่อต่าง ๆ ในระบบ เพื่อขยายผลการตรวจสอบขอบเขตข้อมูลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
เล็งฟันผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลายมาตรา
ในส่วนของการดำเนินคดีทางกฎหมาย ยืนยันว่าผู้ที่โจรกรรมข้อมูลในลักษณะนี้มีโทษหนักตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ซึ่งมีหลายมาตราที่เกี่ยวข้อง
"มีโทษทาง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และก็มีเป็นหลายมาตรา แต่ขอให้ทางตำรวจได้ทำการสืบสวนก่อน ส่วนเรื่องข้อหาอาจจะมาแถลงเพิ่มเติ่มอีกที"
ย้ำประสานข้อมูลใกล้ชิดเพื่อปิดคดี
ปัจจุบันตำรวจไซเบอร์ และ TSD ยังคงมีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งหาตัวผู้ทำความผิดมาลงโทษให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมย้ำว่าการสืบสวนที่เข้มข้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการในระยะยาว
พร้อมเตือนนักลงทุนหวั่นโดนหลอกซ้ำ
พ.ต.ท.พากฤต เตือนักลงทุนถึงกลโกงที่มิจฉาชีพมักนำข้อมูลที่หลุดไปมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ หรือที่เรียกว่า "Spear Phishing"
"คนร้ายจะนำข้อมูลพวกนี้ไปใช้ประโยชน์ เช่น การส่ง SMS หรืออีเมล์ที่แนบข้อมูลจริงของเหยื่อ เพื่อเขาจะบีบซ้ำด้วยความกลัว ให้เราเร่งกดลิงก์ ซึ่งเราจะเรียกว่า การหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต"
เราขอเน้นย้ำว่า หากนักลงทุนได้รับโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์หรือธนาคาร โดยบอกรายละเอียดพอร์ตหุ้นได้ถูกต้อง อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ เพราะคนร้ายใช้หลักจิตวิทยา Authority Bias หรือการอ้างอำนาจเพื่อลดความหวาดระแวงของเหยื่อ
มาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ TSD ได้ดำเนินการส่งอีเมลและ SMS แจ้งเตือนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 2 แสนราย โดยตรงแล้ว รวมถึงประสานงานกับโบรกเกอร์ คัสโตเดียน และธนาคารพาณิชย์เพื่อให้เฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติ
ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักลงทุน
1.) ตรวจสอบแหล่งที่มา: SMS หรืออีเมลจาก TSD ของจริงจะ ไม่มีลิงก์ให้กด โดยเด็ดขาด
2.) สังเกต URL: หากมีลิงก์แนบมา ให้ดูโดเมนเนม หากลงท้ายด้วย .xyz หรือโดเมนฟรีให้สันนิษฐานว่าเป็นของปลอม ของจริงมักเป็น .co.th หรือ .ac.th
3.) ตั้งสติ: หากพบความผิดปกติในการล็อกอิน หรือสงสัยว่าข้อมูลถูกสวมรอย ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินทันที และแจ้งความผ่าน สายด่วน 1441 (AOC) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


